นางพรทิพย์ จันทรัตน์ แม่ของน้องบีม ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นภายหลังที่น้องบีมประสบอุบัติเหตุ ทนายคนนี้ได้มาแสดงตัวช่วยดูแลคดีที่ได้ไปขึ้นศาลที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพราะตอนนั้นยังไม่ได้เงินเสียค่าชดใช้จากคู่กรณี โดยได้แต่งตั้งให้เป็นทนายความส่วนตัวและได้ตัดสินใจมอบอำนาจให้ทนายเป็นคนเจรจาเรื่องคดีความแทน ซึ่งทนายคนนี้น้องบีมรู้จักจากการไปขายของในวัด
ทั้งนี้ ช่วงนั้นทนายแจงว่าตอนไปศาลแต่ละครั้งคุณแม่ไม่ต้องไปทุกครั้งก็ได้ แล้วทนายคนนี้ได้เอากระดาษเปล่ามาให้เซ็น โดยอ้างว่าหาตัวคุณแม่ลำบากหากต้องทางศาลต้องให้เซ็นอะไรกลัวจะไม่ทันการ ซึ่งตนก็ได้สอบถามไปยังทนายว่ากระดาษเปล่าแผ่นนี้คืออะไร ทางทนายตอบกลับมาว่าเป็นกระดาษที่ต้องใช้เวลาไปศาล แต่มารู้ทีหลังว่ากระดาษใบนั้นเป็นใบมอบอำนาจทุกอย่างที่ทนายคนนี้สามารถรับผลประโยชน์ต่างๆแทนตนได้หมด
อย่างไรก็ตาม ศาลได้สั่งให้คู่กรณีต้องจ่ายเงินชดเชยให้จำนวน 5 ล้านบาท แต่ทนายกลับมาหลอกว่าบริษัทรถที่ชนน้องล้มละลาย และไม่สามารถช่วยเหลือเรื่องนี้ได้เต็มจำนวน โดยทนายบอกว่าบริษัทสามารถจ่ายเงินชดเชยได้แค่ 1 ล้านบาทเท่านั้นและขอจ่ายเป็นเดือน เดือนละ 4 หมื่น แต่สุดท้ายจ่ายได้แค่ 7 งวด และไม่จ่ายอีกเลย จึงเกิดความสงสัยเลยโทรศัพท์ไปถามบริษัทคู่กรณีว่าทำไมถึงไม่จ่ายเงินตามที่ตกลงกันไว้
นางพรทิพย์ กล่าวว่า ได้สอบถามไปยังบริษัทคู่กรณีได้ตอบกลับมาว่าจ่ายเงิน 5 ล้านบาทไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้ได้รู้ความจริงว่าถูกทนายความหลอกเอาเงินไป จึงได้ไปแจ้งความเอาไว้ แต่ทนายคนนั้นได้ติดต่อมาขอร้องให้ถอนแจ้งความและจะจ่ายเงินให้แต่ขอจ่ายเพียง 3 ล้านบาทเท่านั้น ตนก็ยอมเพราะรู้สึกว่าดีกว่าไม่ได้อะไรเลย เลยไปถอนแจ้งความตามที่ทนายขอร้อง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เงินสักบาทจากทนายคนนี้จนถึงปัจจุบันเท่ากับว่าเงิน 5 ล้านบาทที่บริษัทคู่กรณีจ่ายมาเป็นค่าชดใช้ความเสียหายถูกทนายโกงไปทั้งหมด