ศาสนจักรที่ผู้คนรู้จักมากที่สุด คงไม่มีใครเกินสำนักวาติกัน จุดศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ นิกายโรมัน คาธอลิก แต่ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา วาติกันต้องแปดเปื้อนไปด้วยข่าวการล่วงละเมิดกับเด็ก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กผู้ชาย ซึ่งไม่มีใครทราบด้วยซ้ำว่า เรื่องราวน่าอัปยศนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ เพราะในสมัยก่อน การพูดเรื่องล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก ถือเป็นเรื่องต้องห้าม ที่ไม่มทีใครอยากจะพูดถึง
จนมาถึงทศวรรษที่ 1970 เหยื่อที่ถูกล่วงละเมิดเริ่มกล้าที่จะออกมาเปิดโปง แต่ต้องรอจนถึงทศวรรษที่ 1980 ถึงจะเริ่มมีการตรวจสอบและดำเนินคดี มาถึงทศวรรษที่ 1990 สถานการณ์ล่วงละเมิดเด็กกลับรุนแรงยิ่งขึ้น มีการพบบาดหลวงจำนวนมาก ต้องคดีทางเพศนี้ แต่การมีเรื่องมีราวกับวาติกันไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากเป็นสถาบันที่ผู้คนทั่วโลกให้ความเคารพ แม้กระทั่งสหประชาชาติเอง เคยพยายามจัดการ แต่วาติกันยังคงเข้มแข็งและทรงอิทธิพลมาจนถึงทุกวันนี้
แต่การมาของพระสันตปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งวาติกันองค์ปัจจุบัน สถานการณ์เริ่มเปลี่ยน เพราะพระองค์ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ถึงกับแต่งตั้งคณะกรรมการ เพื่อดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ
และด้วยความเอาจริงเอาจัง คดีบาดหลวงล่วงละเมิดเด็กก็ผุดขึ้นมามากมาย แต่ที่กลายเป็นประเด็นร้อนก็คือ คดีของพระคาร์ดินาล”จอร์จ เพลล์” พระชั้นผู้ใหญ่ที่มีสมณศักดิ์สูงที่สุดเป็นอันดับสามแห่งสำนักวาติกัน
พระคาร์ดินาลเพลล์ ถูกกล่าวหาว่า ล่วงละเมิดทางเพศกับเด็ก ตั้งแต่สมัยที่เป็นบาดหลวงอยู่ที่บ้านเกิดในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งตอนนี้ตำรวจออสเตรเลียกำลังทำคดีนี้อยู่ และมีความพยายามเรียกตัวพระคาร์ดินาลองค์นี้ให้กลับมาขึ้นศาล ซึ่งที่จริงแล้ว ออสเตรเลียกับวาติกัน ไม่มีข้อตกลงส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน ทำให้พระคาร์ดินาลเพลล์ ไม่จำเป็นจะต้องเดินทางไปขึ้นศาลที่นั่น แต่ทางวาติกันยืนยันแล้วว่า พระคาร์ดินาลได้ขอลากิจ เพื่อไปสู้คดีด้วยตัวเอง เพราะเชื่อในความบริสุทธิ์ โดยกระบวนการในชั้นศาล จะเริ่มต้นขึ้นในต้นเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้
สิ่งที่ต้องจับตาคือ ที่สุดแล้วคดีจะจบลงเช่นไร เพราะทางฝ่ายอัยการมีหลักฐานมากมาย จากคนที่อ้างว่าเคยตกเป็นเหยื่อ ไม่ต่ำกว่า 10 คน และที่สำคัญ นี่คือการทดสอบครั้งใหญ่ที่สุด เท่าที่วาติกันเคยเจอมา