นางนิษฐาณัฐ ภัทรธนินนิษฐ์ อดีตลูกความ นายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ นำสัญญากู้ยืมเงิน ร้องเรียนกับทีมข่าวพีพีทีวี ว่าถูกทนายคนนี้ ผิดนัดชำระหนี้กว่า 1ล้าน3แสนบาท นางนิษฐาณัฐ อ้างว่า นายพิสิษฐ์ หลอกยืมเงินไปจากคนในครอบครัวหลายคน อ้างว่าจะนำไปศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ก่อนหน้านี้ นายพิสิษฐ์ เคยว่าความให้กับนางนิษฐาณัฐ ในคดีมรดกสำเร็จ ทำให้เกิดความเชื่อใจต่อทนาย จึงให้ยืมเงินหลายครั้งโดยไม่ได้ทำสัญญา ก่อนจะพบว่าทนายไปหลอกยื่มเงินคนในครอบครัวหลายคน
นางนิษฐาณัฐ คือ ผู้แนะนำ นายพิสิษฐ์ให้รู้จักกับ นางสาว พรทิพย์ จันทรัตน์ แม่ของน้องบีม ขณะที่ไปงานศพที่วัดชลประทาน ระหว่างที่นางนิษฐาณัฐ กับ นายพิสิษฐ์มีปัญหาเรื่องการกู้ยืมเงินกัน เป็นช่วงเดียวกันกับที่ แม่น้องบีมรู้ว่า ถูกทนายคนนี้ฉ้อโกงเงิน จนถึงวันนี้ ทั้ง2คน ยังไม่สามารถติดต่อทนายคนนี้ได้
ทีมข่าวพีพีทีวี เดินทางไปยังบ้านพักของนายพิสิษฐ์ตามที่แจ้งไว้ในทะเบียนราษฎร์พบว่าบ้านดังกล่าวถูกปล่อยให้เช่ามาตั้งแต่ปี 2557 ผู้เช่าบ้าน ยอมรับว่าเจ้าของบ้านคือ นายพิสิษฐ์ จริง แต่ตั้งแต่เช่าบ้านมา 3ปี เคยเจอนายพิสิษฐ์แค่ 2 ครั้ง คือครั้งแรกที่ทำสัญญา และเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ทนายพิสิษฐ์แวะเข้ามาเอาเอกสาร
นอกจากทนายพิสิษฐ์ มียังข้อมูลเชื่อโยงไปถึงนาง พรปวีย์ ชูแก้ว ภรรยาของนายพิสิษฐ์ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการโกงเงิน ทั้งของครอบครัวน้องบีม และ นางนิษฐาณัฐ ทีมข่าวพยายามติดต่อตามเบอร์โทรศัพท์ที่ระบุไว้ตามเอกสารที่แจ้งไว้กับแม่น้องบีม ยังไม่สามารถติดต่อได้
ขณะที่วันนี้ปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมครอบครัวน้องบีม เดินทางไปยังสถาบันเนติบัณฑิยสภาในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อแต่งตั้งทนายความดูแลคดีอาญา และ คดีแพ่ง เบื้องต้นจะฟ้องร้องทางแพ่ง เรียกร้องค่าเสียหาย กับนายพิสิษฐ์ ทนายความระบุว่า สามารถฟ้องได้ทันที แม้จะยังตามตัวนายพิสิษฐ์ไม่ได้
หลังจากนี้จะรวบรวมเอกสาร คาดว่าจะเริ่มกระบวนการได้ไม่เกินสัปดาห์หน้า ส่วนคดีอาญา สามารถฟ้องร้องเอาผิดได้ 2 ข้อหา คือ ปลอมแปลงเอกสาร และฉ้อโกงเงิน กรณีจะให้เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูล ฟ้องร้องต่ออัยการ