หวั่นทนายโกง “น้องบีม” โอนทรัพย์สิน เลี่ยงกฎหมายชดใช้เงิน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หนึ่งในผู้เสียหายอีกราย ที่ถูกทนายพิสิษฐ์ โกงเงิน นอกจากครอบครัวน้อง แจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ เพื่อเอาผิดกับทนายความคนนี้แล้ว  ขณะที่สภาทนายความกังวลว่านายพิสิษฐ์ อาจโอนทรัพย์สินไปยังบุคคลอื่น

น.ส.พรทิพย์ จันทรัตน์ และน้องบีม เข้าให้ข้อมูลฝ่ายมรรยาท สภาทนายความ เพื่อนำไปพิจารณาว่า นายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ มีความผิดตามข้อกล่าวหาว่าฉ้อโกงหรือไม่ โดยฝ่ายมรรยาท ได้ส่งจดหมายเรียกทนายพิสิษฐ์ เข้าชี้แจงแล้ว หากไม่มาภายใน15 วัน จะยึดตามคำให้การผู้เสียหาย ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ เปิดเผยทีมข่าวพีพีทีวีว่า ทำให้อาจเอาผิดอาญานายพิสิษฐ์ไม่ได้ เพราะไม่สามารถนำตัวมาฟ้องศาลได้ ส่วนคดีแพ่ง ก็มีข้อกังวล คือนายพิสิษฐ์ อาจโอนย้ายทรัพย์ แม้ศาลจะสั่งให้ชดใช้ แต่หากไม่มีทรัพย์สิน ครอบครัวน้องบีมอาจไม่ได้รับเงิน


ทีมข่าวพีพีทีวี โทรศัพท์ไปสอบถามบริษัททนายความเอกชนแห่งหนึ่ง หลังได้รับข้อมูลว่า ช่วงปีที่ผ่านมารับนายพิสิษฐ์เข้าทำงาน  พบว่านายพิสิษฐ์ ไม่ได้เข้ามาทำงานตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา และบริษัทได้ยกเลิกการเป็นพนักงานแล้ว เพราะขาดงานเกินเวลาที่กำหนด

ในวันพรุ่งนี้เนติบัณฑิตยสภา จะนำร่างสำนวนฟ้องคดีแพ่ง เข้าที่ประชุมคณะกรรมการ  หากคณะกรรมการเห็นด้วย จะยื่นฟ้องในสัปดาห์นี้  ส่วนคดีอาญา อยู่ระหว่างการพิจารณาออกหมายเรียก ด้าน น.ส.นิษฐาณัฐ  ภัทรธนินนิษฐ์  ผู้เสียหายที่ออกมาให้ข้อมูลกับทีมข่าวพีพีทีวี เมื่อวานนี้ ว่าถูกนายพิสิษฐ์ไม่ชำระหนี้ กว่า 1 ล้าน 3 แสนบาท วันนี้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ นนทบุรี แล้ว โดย พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล ผู้กำกับการ สภ.รัตนาธิเบศร์ ระบุว่า นายพิสิษฐ์ใช้ความรู้ทางกฎหมาย ทำสัญญาเงินกู้ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกฟ้องร้อง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ