วันนี้ (5 ก.ค.60) นายสัมพันธ์ ทองสมัคร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง และประกอบพิธีกรรม ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช หลังเข้าไปติดตามการบูรณะศาลหลักเมือง ที่มีการบูรณะต่อเติมใหม่ โดยมีท่าทีวิตกกังวลกับการต่อเติมแบบใหม่ ที่ผิดหลักศาสตร์ศรีวิชัย ผิดหลักโบราณที่เคยก่อสร้างมา
โดยเฉพาะเรื่องที่จะมีการเพิ่มเสาหินเข้ามาในศาลหลักเมืองถึง 12 ต้น โดยนายสัมพันธ์ ระบุว่า เสาหินนั้น ดั้งเดิมถือว่าเป็นสิ่งชั่วร้าย เหมือนเป็นการถูกปักไว้ไม่ให้เมืองนี้มีความเจริญ ดังนั้นศาลหลักเมืองเดิมที่สร้างไว้จึงไม่มีเสาหินเลยสักต้น ซึ่งแต่เดิม มีบางสถานที่มีเสาหิน ก็ต้องมีการทำพิธีถอดถอนเสาหินโบราณออกไป ซึ่งตอนนั้น ต้องทำพิธีทำลายมนตราที่ถูกผูกไว้กับเสาหินเดิม ด้วยการปัสสาวะรดเสาหินที่ถูกถอดถอน เป็นการแก้เคล็ดในศาสตร์โบราณ เพื่อนำของไม่ดีออกไป การนำเสาหินเข้ามาในศาลหลักเมืองจึงถือว่าเป็นการทำลายสิ่งที่มีความเชื่อถือ และควรหลีกเลี่ยง
นอกจากนี้นาคที่อยู่รายรอบถูกทำให้มีเกล็ดสยายขึ้น แต่เคล็ดนัยเดิมนั้นเป็นนาคที่ไม่แสดงปาฏิหาริย์ มาเฝ้าพิทักษ์ศาลหลักเมือง เป็นนาคไม่ดุร้ายคือมีท่าทางไม่สยายเกล็ด นัย คือไม่แสดงอิทธิฤทธิ์ เพราะบ้านเมืองมีความสงบสุข แต่การทำขึ้นใหม่นั้นตีความได้ว่าเป็นนาคที่แสดงอิทฤทธิ์ ไม่ทราบว่าทำเพื่ออะไร
ศาสตร์โบราณ เหล่านี้ นายสัมพันธ์ บอกว่า ตนเองมีสถานะเป็นเพียงผู้ที่รู้เพียงขั้นเด็กๆ เท่านั้น ปัจจุบันหาคนที่รู้เรื่องศาสตร์เหล่านี้ได้ยากแล้ว เพราะเป็นวิชาที่โบราณของพวกศรีวิชัย
สำหรับการบูรณะต่อเติมศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชนี้ วานนี้นายสายัณห์ ยุติธรรม อดีตประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้ายื่นฟ้องต่อศาลปกครองนครศรีธรรมราช ให้ดำเนินคดีกับนายเชาว์นวัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช กรณีการปล่อยปละละเลยให้มีการบูรณะต่อเติมอาคารศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช จนส่งผลกระทบต่ออัตลักษณ์ดั้งเดิมของอาคารจนเกิดความเสียหายต่อสภาพทางศิลปกรรม โดยเรียกร้องให้ศาลไต่สวนคุ้มครองฉุกเฉิน ระงับการบูรณะต่อเติมอาคารศาลหลักเมืองชั่วคราว และมีคำสั่งให้จังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งคณะกรรมการสอบสวน รวมถึงชดใช้ค่าเสียหายในการปรับปรุงให้ศาลหลักเมืองกลับคืนสภาพเดิมด้วย