“อัจฉริยะ” แฉแฟรนไชส์ “สาริกาลิ้นทอง” ราคา4พัน พบพาหุรัดขาย 40บาท


โดย PPTV Online

เผยแพร่




วันนี้ (6 ก.ค. 60) ผู้เสียหายจำนวน 13 คนที่ร่วมทำธุรกิจแฟรนไชส์ บูชาวัตถุมงคล สาริกาลิ้นทอง เข้าร้องเรียนกับชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ให้ตรวจสอบธุรกิจดังกล่าว หลังเจ้าของสินค้าอ้างว่าวัตถุมงคลนี้ทำมาจากไม้กฤษณาขาวและนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมการันตีว่าสามารถขายสินค้าได้อย่างแน่นอน แต่เมื่อสมัครเป็นสมาชิกกลับพบว่าสินค้าขายไม่ออก และต้องขาดทุนจากการสั่งสินค้าทุกเดือนๆละ 5หมื่นบาท เพื่อรักษาสภาพสมาชิกแฟรนไชส์

รายการเป็นเรื่องเป็นข่าวทางช่องพีพีทีวี เชิญผู้เสียหาย 2 คนเข้ามาร่วมพูดคุย โดนนางสาวเอ (นามสมมติ) เปิดเผยว่ารู้จักสินค้าดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก สุมาลี เลิศวิลัย โดยเจ้าของสินค้าโฆษณาว่า สาริกาลิ้นทอง จะช่วยให้ร่ำรวย เนื่องจากผ่านการปลุกเสกมาจากประเทศเมียนมาร์โดยเกจิอาจารย์หลายท่าน และเนื้อทำมาจากไม้อำพัน หรือ ไม้กฤษณาขาว และหากใครนำไปขายก็จะขายดิบขายดีและร่ำรวย ตนจึงหลงเชื่อและสมัครเป็นสมาชิก VIP ในราคา 2แสนบาท และต้องสั่งของทุกเดือนๆละ 5หมื่นบาทเพื่อรักษาความเป็นสมาชิก โดยเจ้าของสินค้าบอกว่าจะสอนเทคนิคการขายให้ และมีกลุ่มลูกค้าที่รอซื้อสินค้าอยู่แล้ว หลังสมัครปรากฎว่าไม่มีการสอนเทคนิคการขายใดๆตามที่กล่าวอ้าง และสินค้าขายไม่ออก ทำให้ต้องใช้เงินตัวเองมาจ่ายค่าสินค้า 5หมื่นบาทในทุกๆเดือน จนขาดทุนรวมทุกคนกว่า10ล้านบาท

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ระบุว่า พร้อมที่จะช่วยเหลือผู้เสียหายทุกคน ในเบื้องต้นจะเอาผิดเจ้าของสินค้าในฐานโฆษณาเกินจริง เนื่องจากเนื้อไม้ที่ผู้ขายอ้างว่าเป็นไม้อำพัน หรือ ไม้กฤษณาขาว จากการตรวจสอบพบว่าเนื้อไม้มีอักษรไทยปรากฎอยู่ซึ่งอาจไม่ใช่การนำเข้า และไม่กฤษณาขาวไม่มีจริง มีเพียงไม้กฤษณาและนิยมนำไปทำน้ำหอม อีกทั้งไม้กฤษณา จะมีผิวเรียบไม่ขลุขละ ซึ่งแตกต่างจากตัวสินค้า ล่าสุดกรมป่าไม้กำลังทำการตรวจสอบอยู่ว่าเป็นไม้ชนิดใดคาดว่าจะทราบผลเร็วๆนี้ นอกจากนี้ตนยังพบสินค้าที่มีลักษณะเหมือนกันกับสินค้าของแฟรนไชส์นี้ ที่วัดราชนัดดาฯและพาหุรัด ในราคาเพียง 20-40 บาทเท่านั้น

ส่วนกรณีที่อ้างว่านำเข้าจากประเทศเมียนมาร์ นายอัจฉริยะ และผู้เสียหายบางส่วน เรียกร้องให้เจ้าของสินค้านำใบเสร็จหรือใบสั่งของมาสำแดง แต่ปรากฎว่าเจ้าของไม่สามารถนำหลักฐานมาแสดงได้ นอกจากนี้เมื่อสอบถามไปยังสามีของเจ้าของสินค้า ได้ความว่าไม้ดังกล่าวซื้อจากประเทศเพื่อนบ้านจริง แต่ไม่ทราบว่าเป็นไม้อะไร ซึ่งทั้งหมดเข้าข่ายหลอกลวงและโฆษณาเกินจริง อีกทั้งเตรียมเอาผิดกรณีขายสินค้าไม่เป็นธรรมอีกด้วย เนื่องจากสมาชิกหรือผู้ชื้อ ต้องซื้อสินค้าทุกเดือนๆละ 5หมื่นบาทแต่กลับไม่ได้รับใบเสร็จ และหากไม่จ่ายก็จะโดนบอกเลิกการเป็นสมาชิก ซึ่งถ้าหลุดออกจากการเป็นสมาชิก สินค้าที่ค้างอยู่ก็จะขายไม่ได้เพราะทางเจ้าของจะบอกกับลูกค้าว่าสินค้านั้นเป็นของปลอมทำให้สมาชิกเสียเปรียบและขาดทุน

ขณะที่หนึ่งในผู้บริหารของกลุ่มที่ขายสินค้าดังกล่าว ออกมาชี้แจงผ่านรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวว่า กลุ่มผู้เสียหายเป็นกลุ่มที่เสียประโยชน์ เนื่องจากโดนตัดออกจากสมาชิกวีไอพีเพราะขายสินค้าเกินราคา และนำสินค้าจากแหล่งอื่นมาปะปน ทำให้ลูกค้าที่ซื้อไปไม่ได้ผลตามที่โฆษณาไว้จึงผิดเงื่อนไขการเป็นสมาชิก หลักถูกตัดชื่อออกคนกลุ่มนี้จึงไม่สามารถขายสินค้าได้ จึงออกมาเรียกร้อง หลังจากนี้เตรียมปรึกษาทนายความและรวบรวมหลักฐานแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งถ้าสินค้าไม่ดีจริงคงมีตัวแทนอีกเป็นร้อยๆคนออกมาเรียกร้องเช่นเดียวกัน

โดยนายอัจฉริยะ ก็บอกว่า หากมีการฟ้องร้องก็พร้อมที่จะดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม และยืนยันว่าจะสู้คดีจนถึงที่สุด

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ