ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง การปฏิรูปตำรวจของรัฐบาลว่า การที่รัฐบาลเร่งดำเนินการเรื่องการปฏิรูปตำรวจขณะนี้ มีเสียงเรียกร้องจากผู้คนจำนวนมากในสังคมให้มีการปฏิรูปตำรวจ เพราะตำรวจเป็นข้าราชการที่ทำงานใกล้ชิดประชาชนมากที่สุดหน่วยงานหนึ่งของไทย ประชาชนจึงสัมผัสได้ถึงการทำงานในแง่ลบหลากหลายรูปแบบ ถึงแม้ตำรวจจะพยายามทำงานในเชิงบวกแต่ก็ยังไม่สามารถลบภาพออกไปจากความรู้สึกของคนไทยได้
โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาการเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบหลากหลายช่องทาง มีการเลือกปฏิบัติเวลาคนจนต้องติดต่องานกับตำรวจ มักได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากคนรวยหรือคนมีหน้ามีตาในสังคม และยังพบความล่าช้าในการปฏิบัติหน้าที่จนก่อให้เกิดความไม่ยุติธรรม
นายองอาจ ฝากแนวทางการปฏิรูปตำรวจถึงคณะกรรมการฯ 3 ข้อ คือ ละเว้นการเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบทุกรูปแบบ อำนวยความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติและดำเนินการให้คดีความต่างๆ เป็นไปอย่างรอบคอบ รวดเร็ว และเป็นธรรม ซึ่งการดำเนินการเพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ควรยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทำงานอยู่บนพื้นฐานของการเป็นตำรวจของประชาชนเพื่อประชาชน มากกว่าทำงานเพื่อให้เจ้านายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติพึงพอใจแต่เพียงอย่างเดียว
ขณะที่ นายวิทยา แก้วภราดัย อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และแกนนำ กปปส. แสดงความคิดเห็นว่า จากการติดตามประชุมคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจนัดแรก และได้รู้ถึงการบ้านที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี แล้วรู้สึกโดนใจมาก โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาทรัพยากรบุคคล ในประเด็นการแต่งตั้งโยกย้ายก่อน รวมถึงเห็นด้วยกับการกระจายอำนาจตำรวจไปอยู่กับจังหวัด และส่วนตัวก็อยากเสนอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย้ายกลับไปสังกัดกระทรวงมหาดไทยเหมือนเดิม