ส่งผลให้หลายฝ่ายต้องจับตาเป็นพิเศษ ที่เปรียบเหมือนเป็นคำสั่งเด็ดขาด เพราะมีหลักการว่า กรณีที่หัวหน้า คสช.เห็นเป็นการจําเป็นอํานาจสั่งการ ระงับยับยั้ง หรือกระทําการใด ๆ ได้ ไม่ว่าการกระทํานั้นจะมีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ ให้ถือว่าคําสั่งหรือการกระทํา รวมทั้งการปฏิบัติตามคําสั่งดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญนี้ เรียกได้ว่าเป็นอำนาจที่เบ็ดเสร็จครอบคลุมทุกอย่าง โดยได้มีคำสั่ง ม.44 ออกมาแล้ว 150 คำสั่ง
แก้ปัญหาขายลอตเตอรี่เกินราคา
และครั้งนี้ ทีมนิวมีเดีย พีพีทีวี ขอนำเสนอ 10 คำสั่งตามมาตรา 44 ที่ทำให้หลายคนต้องนึกถึง ประกอบด้วย วันที่ 1 พฤษภาคม 2558 หัวหน้า คสช. ออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 11/2558 เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสาระสำคัญของคำสั่งฉบับนี้ คือ กำหนดโทษให้ผู้ที่ขายสลากฯ เกินราคาที่กำหนดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารที่ผู้บัญชาการทหารบกหรือแม่ทัพภาคมีอำนาจในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิด
ปราบปรามแข่งรถยนต์-รถจักรยานยนต์
วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 หัวหน้า คสช. ออกคำสั่งฉบับที่ 22/2558 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง และการควบคุมสถานบริการ หรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ โดยมีสาระสำคัญ คือ ห้ามการรวมกลุ่มกันในพฤติการณ์ที่น่าจะนำไปสู่การแข่งรถ บิดามารดาต้องอบรมสั่งสอนไม่ให้บุตรร่วมกลุ่มกันเพื่อแข่งรถ หากพบเด็กและเยาวชนทำผิดให้เรียกบิดามารดามารับทราบ และหากมีการกระทำผิดซ้ำ บิดามารดามีโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนปรับไม่เกิน 30,000 บาท ห้ามการแต่งรถในลักษณะที่จะนำไปสู่การแข่งรถ ฯลฯ
ยศตํารวจ “ทักษิณ ชินวัตร”
วันที่ 5 กันยายน 2558 หัวหน้า คสช. ออกคำสั่งฉบับที่ 26/2558 ให้ถอดยศ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ออกจากยศตํารวจ เนื่องจากมีความผิดตามคำพิพากษา และความผิดอื่นอีกหลายฐาน
คุ้มครองคณะทํางานจัดการจำนำข้าว
30 ตุลาคม 2558 หัวหน้า คสช.ออกคำสั่งฉบับที่ 39/2558 เรื่อง เรื่องการคุ้มครองการบริหารจัดการข้าวคงเหลือในการดูแลรักษาของรัฐ และการดำเนินการต่อผู้ต้องรับผิด โดยมีสาระสำคัญคือ ให้บุคคล คณะบุคคล คณะทํางาน คณะกรรมการ หน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ได้รับแต่งตั้งตามกฎหมาย หรือได้รับมอบหมายจากหัวหน้า คสช. คสช. นายกฯ ครม.หรือคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว ดําเนินการบริหารจัดการข้าวที่ดูแลรักษาของรัฐตามโครงการรับจํานําข้าวเปลือกของรัฐ ตั้งแต่ปีการผลิต 48/49 จนถึงปีการผลิต 56/57 ซึ่งได้ดําเนินการมาตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 หรือภายหลังจากนั้น ยังคงมีอํานาจหน้าที่ดําเนินการดังกล่าวต่อไปเช่นเดิม โดยบุคคลข้างต้นดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ และได้กระทําโดยสุจริต ย่อมได้รับความคุ้มครอง ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย
เด้ง “สุขุมพันธุ์” พ้นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
18 ตุลาคม 2559 หัวหน้า คสช. ออกคำสั่งฉบับที่ 64/2559 เรื่อง การให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพ้นจากตําแหน่ง และการแต่งตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พ้นจากตําแหน่งรวมถึงให้ผู้ดํารงตําแหน่งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอยู่ในวันก่อนวันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับ พ้นจากตําแหน่งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครด้วย และให้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และให้มีรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไม่เกินสี่คนตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้ง
ล้อมคอกตำรวจซื้อขายตำแหน่ง
20 กุมภาพันธ์ 2560 หัวหน้า คสช.ออกคำสั่งที่ 7/2560 เรื่อง การปรับปรุงระบบพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ เพื่อแก้ปัญหาการซื้อขายตำแหน่ง มีเนื้อหาว่า ขั้นตอนการแต่งตั้งเริ่มจากให้หัวหน้าส่วนราชการหรือหน่วยงานระดับกองบังคับการแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการแต่งตั้งข้าราชการตํารวจระดับกองบังคับการ เพื่อทําหน้าที่พิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการตํารวจ แล้วเสนอต่อหัวหน้าส่วนราชการหรือหน่วยงานระดับกองบัญชาการเพื่อดําเนินการ แล้วเสนอต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมี รอง ผบ.ตร. เป็นคณะร่วมพิจารณา
ควบคุมพื้นที่ “วัดพระธรรมกาย”
16 กุมภาพันธ์ 2560 หัวหน้า คสช.ออกคำสั่งที่ 5/2560 เรื่อง กำหนดให้วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุม ตลอดจนพื้นที่โดยรอบวัดในอำเภอคลองหลวงจังหวัดปทุมธานี คือ พื้นที่หมู่ 7 ถึง 13 ตำบอลคลองสอง และพื้นที่หมู่ 7 ถึง 11 ในตำบลคลองสามเป็นการชั่วคราว เพื่อให้การบังคับใช้กฏหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นประโยชน์ต่อการรักษาความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยระบุถึงเหตุผลว่า ที่ผ่านมามีบุคคลบางกลุ่มซึ่งมีข้อกล่าวหาว่าทำผิดกฏหมาย และส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง แต่ไม่ได้ให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนรวมถึงฝ่ายปกครองและตำรวจ ตลอดจนขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่คำสั่งหัวหน้า คสช. ยังได้ให้อำนาจเจ้าพนักงานดำนเนินการต่าง ๆ ภายในพื้นที่ควบคุม หากผู้ใดขัดขวางหรือฝ่าฝืนการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
แก้ไขกฎหมายจราจรคาดเข็มขัด-จ่ายค่าปรับ
21 มีนาคม 2560 หัวหน้า คสช. ออกคำสั่ง 4 ฉบับ ได้แก่ คำสั่งที่ 14/2560 เรื่องมาตรการการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก เป็นการแก้ไข พ.ร.บ. การจราจรทางบก พ.ศ. 2522 โดยเพิ่ม 1.ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานจราจรหรือเจ้าหน้าที่ภายใต้การควบคุมดูแลของบุคคลดังกล่าว มีอำนาจในการเคลื่อนย้ายรถที่จอดในที่ห้ามจอด ล็อกล้อ โดยไม่ต้องรับผิดชอบความเสียหายใดๆ หากการกระทำนั้นเป็นการไม่ได้จงใจ 2.บังคับให้ผู้ขับขี่รถยนต์และผู้โดยสารต้องคาดเข็มขัดนิรภัย และ 3.กรมขนส่งจะไม่ต่อทะเบียนให้รถคันที่ไม่จ่ายค่าปรับหรือจ่ายค่าปรับไม่ครบ
จำกัดรถตู้โดยสารมีที่นั่งไม่เกิน 13 ที่นั่ง
ขณะที่ คำสั่งที่ 15/2560 เรื่องมาตรการเพิ่มความปลอดภัยในรถตู้สาธารณะ มีคำสั่งให้กำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับรถประจำทางและไม่ประจำทาง คือ 1.รถตู้โดยสารมีที่นั่งไม่เกิน 13 ที่นั่ง 2.ต้องมีการปรับปรุงหรือติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารรถตู้ เช่น การปรับพนักพิงเบาะหลังให้เป็นทางออกฉุกเฉิน 3.การติดตั้งบรรจุก๊าซธรรมชาติ หรือก๊าซปิโตรเลียมต้องไม่ทำให้น้ำหนักรวมเกินสมรรถนะของรถ และกำหนดการเพิกถอนใบอนุญาตหรือพักใบอนุญาต 6 เดือน ถ้าหากรถเกิดอุบติเหตุจากการใช้ความเร็วเกินกำหนด ขับรถเกินชั่วโมงที่กฎหมายกำหนด ขับรถโดยประมาท หรือนำรถไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมาย เช่น ขนยาเสพติด เก็บค่าโดยสารเกิน บรรทุกผู้โดยสารเกิน หรือทอดทิ้งผู้โดยสาร
ยืดเวลาบังคับใช้โทษ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว
4 กรกฎาคม 2560 หัวหน้า คสช.ออกคำสั่งที่ 60/2560 เรื่อง มาตรการชั่วคราวเพื่อแก้ไขข้อขัดข้องในการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว มีเนื้อหาว่า ให้มาตรา 101 มาตรา 102 มาตรา 119 และมาตรา 122 แห่งพระราชกําหนด (พรก.) การบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป, ให้นายจ้างและคนต่างด้าวเร่งดําเนินการให้ถูกต้องครบถ้วนตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 1 มกราคม 2561 และห้ามมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินการตามกฎหมายหรือคําสั่งนี้ใช้อํานาจในตําแหน่งโดยมิชอบ
สิ่งที่เกิดขี้นกับการนำอำนาจตามมาตรา 44 ล้วนเป็นการเร่งรัดและแก้ไขปัญหาสารพัด ทำให้ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.57 ถึงปัจจุบัน มาตรา 44 ถูกนำมาใช้แล้วกว่า 150 คำสั่ง เพราะถือเป็นคำสั่งที่รวบรัดขั้นตอนต่าง ๆ โดยเร็ว เพื่อให้สิ่งที่ติดขัดเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการถอดถอนยศ แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ หรือการแก้ปัญหาการบริหารงานในส่วนต่าง ๆ เพื่อรองรับนโยบายและให้ทันกับสถานการณ์ ทั้งแก้ปัญหาการขายสลากกินแบ่งเกินราคา กฎหมายทางจราจร เช่น การกำหนดให้รัดเข็มขัดนิรภัย จำกัดที่นั่งรถตู้ 13 หรือคำสั่งล่าสุด ยืดเวลาบังคับใช้โทษ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว ซึ่งหลังจากนี้จะมีคำสั่งฉบับใดออกมาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ คงต้องจับตา...