ภายหลังเมื่อวันที่ (13 ก.ค.60) เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร ได้เข้าทำความสะอาดบ้านของ นายวีระศักดิ์ สุนทรจามร ชายเก็บของเก่าที่เลี้ยงนกพิราบเป็นจำนวนมาก บริเวณซอยอุดมสุข หลังชาวบ้านร้องเลียนเรื่อง กลิ่นเหม็น และความไม่สะอาด เนื่องจากนายวีระศักดิ์ ชอบเก็บของเก่าไว้ภายในบ้าน จนล้นออกมายังภายนอก พร้อมกับชอบเลี้ยงนกพิราบไว้เป็นจำนวนมาก จนส่งกลิ่นเหม็นไปยังเพื่อนบ้านรอบบริเวณ
(อ่านข่าว : กทม.ล้างบ้านเลี้ยงนกพิราบเจอแมลงสาบไต่ยั้วเยี้ย )
และลักษณะของคนชอบเก็บของเก่านั้น เคยเกิดขึ้นมาแล้ว อย่างกรณี เมื่อวันที่ (9 มิ.ย. 60) เจ้าของหอพักแห่งหนึ่ง ได้เข้าไปในห้องพักของสาวทอม เพราะท่อน้ำในห้องแตก จนน้ำไหลท่วมทั้งตึก และไหลเข้าไปในลิฟท์ แต่เจ้าของห้องไม่ยอมเปิดประตุ จึงต้องพังเข้าไป กลับพบว่าภายในห้องมีขยะเป็นจำนวนมาก ซึ่งสะสมไว้ตลอด 7 ปี ที่สาวทอมมาเข้าพักอาศัยอยู่ จนเจ้าของหอพักต้องเชิญให้สาวทอมเจ้าของห้องดังกล่าวย้ายออกทันที
นพ.สุวัฒน์ มหัตนิรันดร์กุล ที่ปรึกษา โรงพยาบาลสวนปรุง เปิดเผยกับนิวมีเดีย พีพีทีวี เกี่ยวกับอาการของบุคคลที่ชอบเก็บของภายในบ้าน ว่า หากเป็นอาชีพเก็บของเก่า ถือว่าเขาไม่ผิดปกติ แต่อาการชอบเก็บของสะสมไว้ในบ้านจนสกปรก มักเป็นส่วนหนึ่งของอาการทางจิต โดยต้องดูพฤติกรรมอื่นด้วย แต่จะระบุทันทีไม่ได้ว่าเขาป่วย สมมุติว่าหากเขาไม่ใด้ทำอาชีพเก็บของเก่าขาย สันนิษฐานได้ว่าอาจจะมีปัญหาป่วยทางโรคจิตโรคประสาท
ทั้งนี้ ที่ประเทศญี่ปุ่นจะพบผู้ป่วยเหล่านี้เป็นจำนวนมาก ที่ชอบเก็บของเก่ารุงรังไว้ในบ้าน และชอบขังตัวเองไว้ในห้อง จนต้องแจ้งหน่วยงานรัฐบาลให้มาเก็บของเหล่านั้นออกไป อันนี้ก็จะเป็นอาการลักษณะหนึ่งของผู้ป่วยโรคจิตเรื้อรัง ที่ชอบสะสมของเก่า หรือคนไข้โรคจิตเภท (Schizophrenia) ที่มักเห็นบ่อย ๆ มีลักษณะเนื้อตัวสกปรก ชอบเก็บของมาไว้ที่ตัว คนพวกนี้ก็จะเห็นได้ชัดเจนว่าป่วยจริง และถ้าชอบเก็บของเก่าไว้ในบ้านโดยไม่ได้ทำอาชีพเก็บของเก่า จะสันนิษฐานได้ว่ามีอาการป่วย
สำหรับโรคจิตเภท ผู้ป่วยมักมีความคิดที่ผิดปกติอยู่แล้ว มีลักษณะชอบย้ำคิดย้ำทำ เช่น ชอบเก็บของไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งบ้านรกรุงรัง ซึ่งจะไม่สนใจว่าของสิ่งนั้นจะมีประโยชน์หรือไม่ แยกแยะไม่ออกว่าสิ่งของอันไหนดีหรือไม่ดี ถ้าเพื่อนบ้านสังเกตดี ๆ ก็จะทราบได้ เพราะเมื่อผู้ป่วยเก็บของไว้จำนวนมากๆ ก็จะล้นออกมาจากภายในบ้าน และส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ หากเป็นบุคคลที่มีอาชีพเก็บของเก่า เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ก็จะไม่ถือว่าเป็นผู้ป่วยทางจิต แต่ถ้าเก็บของแล้วไม่ได้ใช้ เก็บสิ่งสกปรกหรือเก็บของไร้ค่า ลักษณะนี้ก็จะเป็นอาการผิดปกติทางจิต
ด้านสิ่งแวดล้อมนั้นก็เป็นปัจจัยทำให้ป่วยได้ หากอยู่ในพื้นที่เป็นสลัม ก็อาจมีโอกาสเป็นโรคป่วยทางจิตได้ หรือเป็นบุลคลไร้ที่อยู่ และที่อยู่ไม่เหมาะสม ก็อาจทำให้เขาเก็บของต่าง ๆ มาทำเป็นบ้านที่พักอาศัย แต่ต้องสังเกตด้วยว่ามีพฤติกรรมอย่างไร
อย่างไรก็ตาม หากของที่เก็บมามีความสกปรก ก็จะเกิดการติดเชื้อโรคต่าง ๆ หรืออันตรายต่อผู้ป่วยได้ หรือ ระบบหายใจไม่ดี ก็อาจเป็นวัณโรคได้ รวมถึงทางเดินอาหาร ก็อาจจะมีผล แต่ถ้าไม่สกปรก ไม่มีหนู แมลงสาบ หรือสัตว์ที่เป็นพาหะนำเชื้อ ก็คงไม่เป็นอัตรายต่อตัวผู้ป่วย ในการรักษานั้น ต้องนำบุคคลที่คาดว่าจะป่วยมาประเมิน หากพูดคุยแล้วไม่รู้เรื่อง ให้ส่งจิตแพทย์ประเมินอาการทางจิตทันที แต่ถ้าไม่มีอาการป่วยก็ต้องไปปรับสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัยของบุคคลนั้นให้ดีขึ้น ต้องพูดคุยปัญหาด้วยเหตุผลว่าเก็บของไปทำอะไร รวมถึงช่วยแนะการแก้ปัญหาไขต่าง ๆ เพราะส่วนใหญ่ผู้สูงอายุมักตัดสินใจผิดพลาดเยอะ เนื่องจากว่าเป็นความเสื่อมของสมอง
นอกจากนี้ ยังต้องมีการประเมินอาการของบุคคลที่คาดว่าจะป่วยก่อน อย่าเพิ่งระบุไปว่าเขาป่วยจริง และ ตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต 2551 หากพบมีบุคคลมีอาการป่วยทางจิต และมีอันตรายต่อตัวผู้ป่วยเอง หรือต่อสิ่งแวดล้อม สามารถส่งตัวให้แพทย์ตรวจรักษาได้ จากนั้นหาคนดูแลผู้ป่วยต่อไป โดยญาติและลูกหลานต้องเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ถ้าไม่มีญาติก็ต้องรักษาให้ผู้ป่วยให้หายจนเป็นปกติดีก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องควรช่วยกันดูแลผู้ป่วย
ขอบคุณรูปภาพจาก : "กรมสุขภาพจิต โรงพยาบาลสวนปรุง" และเฟซบุ๊ก Peterr'frcz Knucklez