สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดอัน ของตุรกี ขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยต่อกลุ่มผู้สนับสนุนหลายหมื่นคนที่มารวมตัวกันบริเวณสะพานช่องแคบบอสฟอรัสในนครอิสตันบูล ซึ่งเมื่อ 1 ปีก่อน จุดนี้เป็นจุดที่มีการปะทะกันระหว่างทหารกองทัพตุรกีที่พยายามก่อรัฐประหาร และกลุ่มประชาชนผู้สนับสนุนรัฐบาล
นายเออร์โดอันได้กล่าวยกย่องประชาชนที่ออกมาต่อต้านความพยายามในการก่อรัฐประหารครั้งนั้นว่าเป็นผู้ปกป้องชาติ พวกเขาไม่มีแม้แต่ปืน มีแค่ธงชาติและศรัทธา แต่สามารถสกัดให้การรัฐประหารล้มเหลวไปได้ โดยรัฐบาลได้เปลี่ยนชื่อสะพานช่องแคบบอสฟอรัส สร้างอนุสาวรีย์วีรชน เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตทั้งหมดในเหตุการณ์นี้ และยังประกาศให้วันที่ 15 ก.ค. เป็นวันหยุดราชการของทุกปีด้วย
ก่อนหน้านี้ นายเออร์โดอันประกาศยืนยันว่าจะรื้อฟื้นโทษประหารชีวิต เพื่อนำมาใช้กับผู้อยู่เบื้องหลัง โดยบอกว่าคนพวกนี้ไม่ต่างกับนักโทษคดีก่อการร้ายในเรือนจำบนอ่าวกวนตานาโม และสมควรถูกตัดหัว ซึ่งหากมีการรื้อฟื้นโทษประหารจริงตามนั้น จะทำให้โอกาสที่ตุรกีจะเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) หมดลงทันที
อย่างไรก็ตาม นายเออร์โดอันเตือนว่านี่คงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ที่จะมีคนพยายามยึดอำนาจและโค่นเขาลงจากตำแหน่ง
ย้อนไปเมื่อวันที่ 15 ก.ค. ปีที่แล้ว มีทหารกลุ่มหนึ่งจากกองทัพตุรกี นำกำลังรถถังและเฮลิคอปเตอร์ออกมายึดอำนาจและสถานที่สำคัญๆในประเทศ ในช่วงที่นายเออร์โดอันอยู่ในระหว่างพักร้อน ส่งผลให้ประชาชนหลายหมื่นคนที่สนับสนุนรัฐบาลลุกฮือขัดขวาง จนเกิดการปะทะกัน มีรายงานผู้เสียชีวิตถึง 250 คน บาดเจ็บอีก 2,196 คน
รัฐบาลตุรกีเชื่อว่านายเฟตุลเลาะห์ กูเลน นักการศาสนาที่ลี้ภัยในสหรัฐเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง และได้ใช้เหตุรัฐประหารครั้งนั้น เป็นเหตุผลในการกวาดล้างกลุ่มผู้เห็นต่าง โดยนับตั้งแต่เกิดเหตุ มีการสั่งปลดข้าราชการ ทหาร และตำรวจไปแล้วกว่า 150,000 คน ขณะที่หลายฝ่ายมองว่า นายเออร์โดอันกำลังฉวยโอกาสจากการรัฐประหาร เพื่อกำจัดศัตรูทางการเมือง