ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พายุฝนและลมกระโชกแรงทำให้ต้นไม้ใหญ่หักโค่นล้มขวางทางจราจรบนถนนหลวงสาย 222 บึงกาฬ – พังโคน จ.บึงกาฬ ส่งผลให้การจราจรติดขัด ด้านเจ้าหน้าที่ทางหลวงชนบท ระดมกำลังเข้าตัดต้นไม้และเคลียร์พื้นที่ ใช้เวลากว่า 30 นาทีจึงสามารถเปิดการจราจรได้ตามปกติ ขณะที่บริเวณใกล้เคียงเสาไฟฟ้าแรงสูงหลายต้นถูกแรงล้มพัดเสาเอียง เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบความเสียหาย
ขณะที่ ภาคใต้ จังหวัดสตูล ฝนตกหนักลมแรง ทำให้ต้นมะพร้าวอายุกว่า 40 ปีล้มทับบ้านนายอาด เทศอาเส็น ซึ่งขณะนั้นหลาน 2 คนนอนหลับอยู่บนบ้าน ถูกต้นมะพร้าวล้มทับตัว ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยที่บริเวณขาและจุกบริเวณหน้าอก
นายอาด เล่าว่าโชคดีที่ต้นมะพร้าว ถูกลมพัดหักเป็นท่อนก่อน ล้มทับบ้านตน ขณะนั้นรีบวิ่งขึ้นไปช่วยหลานทันที ส่วนบ้านพังได้รับความเสียหายไปกว่าครึ่ง ส่วนภาคอีสาน จังหวัดยโสธร ปริมาณน้ำในลำเซบาย เอ่อล้นตลิ่งไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวของชาวบ้านใน 3 ตำบล ส่งผลให้ต้นข้าวที่กำลังเจริญเติบโตจมอยู่ใต้น้ำลึกกว่า 1 เมตร กว่า 5,000 ไร่ ส่วนถนนที่เชื่อมระหว่างหมู่บ้าน 2 เส้นทาง ถูกน้ำท่วมสูงเช่นกัน เจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยโสธร ลงพื้นที่สำรวจสภาพน้ำท่วมนาข้าวของชาวบ้านแล้ว พร้อมกำชับเร่งสำรวจความเสียหายส่งรายงานให้กับทางจังหวัดและส่วนที่เกี่ยวข้องทราบต่อไป
ส่วนที่จังหวัด เชียงใหม่ วันนี้ประกาศเตือนประชาชนและนักนักท่องเที่ยว ให้เฝ้าระวังน้ำตกแม่สา น้ำตกตาดหมอก อ.แม่ริม และ น้ำตกหมอกฟ้า อ.แม่แตง อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอยู่ในพื้นที่หุบเขามีความเสี่ยงเกิดน้ำป่าไหลหลากฉับพลัน โดยให้เจ้าหน้าที่สั่งปิดน้ำตกได้ทันทีหากมีฝนตกหนักเหนือน้ำตกมากกว่า 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว