ย้อนคดี เสี่ยเบนซ์ชนฟอร์ด นศ.ป.โท ดับ ก่อนฟังคำพิพากษาวันนี้

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2559 เกิดเหตุสะเทือนขวัญขึ้นบนถนนพหลโยธินขาออก ช่วงใกล้แยกวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มุ่งหน้าทางไป จังหวัดสระบุรี หลังรถเบนซ์ สีดำ วิ่งมาด้วยความเร็วสูงพุ่งชนท้ายรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ด สีขาว ทำให้ 2 นักศึกษาปริญญาโท คณะพุทธศาสน์ สาขาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ที่อยู่ในรถยนต์ฟอร์ด ถูกไฟคลอกจนเสียชีวิตทั้งคู่ ส่วนเจ้าของเบนซ์ ทราบชื่อคือนายเจษฎา วีรพร เจ้าของธุรกิจนำเข้ารถหรู ได้รับบาดเจ็บ

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกประชาชนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงการทำคดีของตำรวจที่ล่าช้า และไม่มีการตรวจสารเสพติดหรือการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์หลังเกิดอุบัติเหตุทันที จนกระทั่ง 17 มีนาคม 2559 พนักงานสอบสวน สภ.พระอินทร์ราชา เข้าทำการสอบปากคำ นายเจนภพ วีรพร ที่โรงพยาบาลสมิติเวชเป็นครั้งแรก พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐานขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย และเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เพื่อดำเนินคดี อีกทั้งญาติของนายเจนภพ ยังยอมรับว่าเหตุรถชนครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของเจ้าตัว

19 มีนาคม 2559 พลตำรวจตรีสุทธิ พวงพิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และพันตำรวจเอกสุรินทร์ ทับพันบุบผา หัวหน้าชุดสอบสวนชุดใหม่ เข้าประชุมร่วมกับประชุมร่วมกับพนักงานสอบสวนชุดเก่า เพื่อขอข้อมูลสอบปากคำเพิ่มเติมในวันเกิดเหตุ พร้อมทั้งส่งเจ้าหน้าที่เข้าเก็บหลักฐานสำคัญในรถเบนซ์เพิ่มเติม

21 มีนาคม 2559 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แจ้งข้อหานายเจนภพ วีรพร เพิ่มเติมอีกหนึ่งข้อหาในความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุรา พร้อมรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเอาผิดข้อหาขัดขวางการทำงานของเจ้าพนักงาน

22 มีนาคม 2559 รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐาน และผู้เชี่ยวชาญเรื่องรถเบนซ์จากบริษัทเบนซ์วงศ์สว่างได้เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานเพิ่มเติมจากซากรถเบนซ์ พบว่าก่อนเกิดเหตุความเร็วของรถเบนซ์อยู่ที่ ประมาน 220-250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนที่จะพุ่งชนรถยนต์ฟอร์ดจนทำให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งข้อมูลใหม่นี้อาจมีผลต่อการพิจารณาคดี คาดว่าจะใช้เวลาอีก 2 สัปดาห์ถึงจะสามารถสรุปสำนวนได้

29 มีนาคม 2559 พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า วันเกิดเหตุนายเจนภพ วีรพร ใช้ความเร็วการขับรถยนต์อยู่ที่ 215 ถึง 257 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงเตรียมแจ้งข้อหาขับรถใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด และขับขี่ไม่คำนึงความปลอดภัยของผู้อื่นเพิ่มเติม

19 เมษายน 2559 พันตำรวจเอกสุรินทร์ ทับพันบุบผา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ได้สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว 50 ปาก เหลือเพียงรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์อีกบางส่วน หลักฐานในคดีก็จะครบถ้วน คาดว่าในวันที่ 26 เมษายน 2559 พนักงานสอบสวนจะสรุปสำนวนส่งอัยการพิจารณาได้ พร้อมแสดงความมั่นใจว่าพยานหลักฐานที่มีอยู่จะสามารถเอาผิดกับนายเจนภพได้

27 พฤษภาคม 2559 อัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาสั่งฟ้องนายเจนภพ รวม 8 ข้อหา คือ ขับรถโดยประมาทอันเกิดอันตรายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ,ขับรถด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฏหมายกำหนด ,ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ,เป็นผู้ขับรถเสพยาเสพติดให้โทษตามกฏหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ,ขับรถในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ ,ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ,ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานที่สั่งให้ทดสอบและตรวจสอบผู้ขับรถ และฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานตามอำนาจที่มีกฏหมายกำหนดโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร

โดยอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่ามั่นใจในหลักฐานที่มี พร้อมขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฏหมาย นอกจากนี้ อัยการยังขอให้ศาลเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลของผู้ต้องหาอีกด้วย

30 พฤษภาคม 2559 คณะผู้พิพากษาจะเรียกตัวนายเจนภพ มารับทราบข้อกล่าวหาตามคำสั่งฟ้องของอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ล่าสุดวันนี้ 19 กรกฎาคม 2560 ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่านคำพิพากษาปิดคดี

อ่านข่าว : คุก 2 ปี 6 เดือน ไม่รอลงอาญา เสี่ยซิ่งเบนซ์ชนฟอร์ด

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ