วันนี้ (21 ก.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลแพ่งอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 3 เป็นโจทก์ฟ้องนายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระเณรคำ อดีตประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ กับพวกรวม 8 คน ให้ทรัพย์สิน 27 รายการ อาทิ รถปอร์เช่ มูลค่า 8.3 ล้านบาท รถหรู รถจักรยานยนต์ สิ่งปลูกสร้างพร้อมที่ดินใน จ.อุบลราชธานี และเงินในบัญชีธนาคารรวม 43 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายวิรพล เป็นอดีตพระภิกษุสงฆ์ที่มีรายได้มาจากเงินบริจาคของประชาชนที่มีจิตศรัทธา ไม่มีรายได้มาจากแหล่งอื่น และนายวิรพลกับพวกไม่สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินได้ และตามหลักฐานการนำสืบของอัยการเชื่อได้ว่าทรัพย์สินเหล่านี้เป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการ กระทำความผิดมูลฐาน จึงพิพากษาให้ยึดทรัพย์สินของนายวิรพลกับพวกทั้งหมดตกเป็นของแผ่นดิน
ขณะที่ศาลอาญาได้รับคำฟ้องคดีอดีตพระเณรคำใน 2 สำนวนคดี โดยคดีที่ 1 ฐานความผิดพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งไม่ใช่ภริยาตน แต่อัยการสั่งยุติดำเนินคดีเพราะคดีมีอายุความ 15 ปี นับแต่วันกระทำผิด ซึ่งเหตุข้อกล่าวหานั้นเกิดเมื่อปี 2543-2544
อย่างไรก็ตาม คดีที่ 2 อัยการสั่งฟ้องนายวิรพล ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลปลอมหรือเท็จ ข้อหาฉ้อโกงประชาชนและฐานฟอกเงิน ซึ่งอดีตพระเณรคำได้ให้การปฏิเสธขอต่อสู้คดีทั้งสองสำนวน ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานทั้งสองคดีในวันที่ 18 ก.ย.นี้
ด้าน นายภาณุ สุขวัลลิ ทนายความของนายวิรพล กล่าวว่า ทีมทนายจะยังไม่ยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวที่อัยการได้ยื่นฟ้องทั้งสองสำนวน ซึ่งจะรอดูรายละเอียดสำนวนคดีก่อน ประกอบกับอัยการยื่นคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวด้วย เช่นเดียวกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ด้วยเหตุผลว่า ผู้ต้องหาเคยมีพฤติกรรมหลบหนี