สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในประเทศที่มีรายได้สูงหลายประเทศ พบว่าผู้คนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองมีอาการที่เรียกว่า Time Famine หรือ “ขาดแคลนเวลา” กันมากขึ้น ซึ่งเป็นความเครียดที่เกิดจากการต้องจัดการสิ่งต่างๆ ในแต่ละวัน ขณะที่เวลานั้นมีอยู่จำกัด
นักจิตวิทยาพบว่าความเครียดที่เกิดจากความรู้สึกว่า “มีเวลาไม่พอ” นั้น ทำให้คุณภาพชีวิตเราแย่ลง และส่งผลให้เกิดอาการวิตกกังวลรวมถึงนอนไม่หลับ แม้แต่คนที่ร่ำรวยก็ยังประสบปัญหานี้ เพราะหลายคนไม่ยอมจ่ายเงินให้คนอื่นทำงานแทน แม้ว่าจะเป็นงานที่ตัวเองไม่ชอบก็ตาม นักจิตวิทยาในสหรัฐฯ แคนาดา และเนเธอร์แลนด์ จึงได้ร่วมกันสำรวจว่าการใช้เงินเพื่อซื้อเวลาสามารถเพิ่มระดับความสุขได้หรือไม่ และมากน้อยแค่ไหน โดยสอบถามคนทั่วไปกว่า 6,000 คน ในจำนวนนี้มีคนระดับเศรษฐีอยู่ด้วยประมาณ 800 คน
ผลสำรวจพบว่า กลุ่มตัวอย่างน้อยกว่า 1 ใน 3 ที่ใช้เงินซื้อเวลาให้ตัวเองในแต่ละเดือน โดยคนกลุ่มนี้บอกว่ารู้สึกพึงพอใจในชีวิตมากกว่าอีกกลุ่มที่ไม่ได้ซื้อเวลา หลังจากนั้น นักวิจัยก็ได้ทำการทดลองสองสัปดาห์ โดยให้คนทำงาน 60 คน ใช้เงินประมาณ 1,400 บาท เพื่อประหยัดเวลาให้ตัวเอง ในช่วงสัปดาห์แรก ไม่ว่าจะเป็นให้คนมาส่งอาหารกลางวันหรือทำงานบ้านให้ ขณะที่ในสัปดาห์ต่อมา ให้ใช้เงินจำนวนเดียวกันนี้ซื้อของปรนเปรอตัวเอง เช่น ไวน์ เสื้อผ้า และหนังสือ ผลการทดลองพบว่า คนที่ใช้เงินซื้อเวลาจะรู้สึกมีความสุขมากกว่าคนที่เอาเงินไปซื้อของ
งานวิจัยนี้ได้รับการเผยแพร่ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences โดยเป็นการวิจัยร่วมกันระหว่างนักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาเวิร์ด (สหรัฐฯ) มหาวิทยาลัยบริติชโคลอมเบีย (แคนาดา) และมหาวิทยาลัยมาสตริคต์ (เนเธอร์แลนด์)