วันนี้ (30 ก.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำที่ท่วมขังในเขตเทศบาลเมืองสกลนครยังวิกฤต เนื่องจากปริมาณน้ำในหนองหารเกินความจุกักเก็บ ทำให้การระบายน้ำจากตัวเมืองเพื่อลงแม่น้ำก่ำ และไหลออกแม่น้ำโขงได้ช้า ระดับน้ำเอ่อท่วมชุมชนทรัพย์เจริญ ชุมชนธาตุดูม และบริเวณถนนจุดชมวิวหนองหารบ้านท่าแร่ ตำบลท่าแร่ รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้
ล่าสุด กรมชลประทานเร่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มอีกเป็น 26 เครื่อง โดยติดตั้งช่วงที่เป็นคอขวด 8 จุด เมื่อผลักดันน้ำจนสามารถเห็นคันดิน หรือถนนแล้ว จะติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกจากตัวเมืองสกลนครให้เร็วขึ้น แต่ปริมาณน้ำที่มีมากคาดว่าต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งจึงจะกลับสู่ภาวะปกติ
ขณะนี้จังหวัดสกลนครประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมทั้ง 18 อำเภอ เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว ส่วนสนามบินสกลนครยังคงปิดให้บริการ จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ
ล่าสุด ปริมาณน้ำจากจังหวัดสกลนคร ไหลหลากเข้าท่วมในหลายพื้นที่ของจังหวัดนครพนม โดยเฉพาะอำเภอนาแก และอำเภอนาหว้า เป็นจุดที่ได้รับผลกระทบหนักสุด เพราะเป็นพื้นที่ราบลุ่มติดกับลำน้ำ และบางจุดมีลักษณะเป็นคอขวด และแอ่งกระทะ ทำให้น้ำไหลระบายช้า
ขณะนี้มีน้ำท่วมบ้านเรือนแล้วเกือบ 700 หลัง พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบกว่า 10,000 ไร่
ส่วนที่จังหวัดมุกดาหาร น้ำไหลบ่าเข้าท่วม 2 ตำบล ในอำเภอดงหลวง โดยเฉพาะที่ตำบลพังแดง ระดับน้ำสูงขึ้นต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ประมาณ 1 เมตร หลังฝนยังตกลงมาต่อเนื่อง ส่งผลให้ถนน โรงเรียน และพื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมเสียหาย
ด้านแม่น้ำชีที่ไหลผ่านจังหวัดมหาสารคาม ระดับเพิ่มสูงขึ้นและเอ่อล้นท่วมบ้านเรือน และวัดริมน้ำ ทำให้ชาวบ้านเร่งเก็บข้าวของขึ้นไว้ที่สูง โดยเฉพาะที่วัดป่าเกาะเกิ้งซึ่งน้ำท่วมศาลาปฏิบัติธรรม และกุฏิพระ ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตรครึ่ง พระและเณรไม่สามารถสัญจรเข้าออกได้ ชาวบ้านต้องอาศัยเรือท้องแบนนำอาหารและน้ำดื่มเข้าไปทำบุญที่วัด
สำหรับฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในจังหวัดเลย ส่งผลให้แม่น้ำเพิ่มสูงรวดเร็ว และเอ่อล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 30-70 เซนติเมตร ทางจังหวัดจึงประกาศเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเลยให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน
สำหรับสถานการณ์ที่ภาคเหนือ หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากพายุเซินกาเช่นกัน อย่างที่จังหวัดพิจิตร ซึ่งสถานการณ์ยังวิกฤติ โดยเฉพาะย่านเศรษฐกิจของอำเภอทับคล้อ ถูกน้ำท่วมสูงเฉลี่ย 80 - 100 เซนติเมตร ผู้ค้าต้องขนของหนีน้ำขึ้นมาขายบนท้องถนนทางหลวงหมายเลข 113 ตะพานหิน-เขาทราย บริเวณหน้าวัดมงคลทับคล้อแทน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
ส่วนสถานการณ์น้ำในอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ระดับน้ำยังเพิ่มสูง ทหารและชาวบ้านจึงช่วยกันสร้างทำนบ เพื่อไม่ให้น้ำไหลท่วมเขตชุมชน แต่การก่อสร้างเป็นไปด้วยความลำบาก เพราะกระแสน้ำไหลเชี่ยว ล่าสุดสามารถกั้นไม่ให้ไหลบ่าเข้าชุมชนได้สำเร็จแล้ว