ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชน ผู้ใช้รถโดยสารประจำทาง ส่วนใหญ่ยังมีกังวลต่อการจัดระเบียบครั้งนี้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงป้ายบอกทางของรถเมล์จำนวน 269 เส้นทาง อาจทำให้เกิดความสับสน โดยเฉพาะผู้โดยสารสูงอายุ ที่เป็นกลุ่มผู้โดยสารรถโดยสารประจำทางเป็นส่วนใหญ่ และหลายคนกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้อาจทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงขึ้น
สำหรับการเปลี่ยนแปลงเส้นทางเดินรถเมล์รูปแบบใหม่ หลายสายจะปรับลดระยะทางให้สั้นลง โดยกรมขนส่งทางบกให้เหตุผลเพื่อต้องการให้ขนส่งทางถนน เป็นเส้นทางรองหวังเชื่อมต่อกับการเดินทางระบบราง คือ รถไฟฟ้า และ รถไฟใต้ดิน ที่อนาคตจะสร้างครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่แนวคิดนี้ นักวิชาการด้านคมนาคม รองศาตราจารย์ พนิต ภู่จินดา จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่คิดว่าจะได้ผล เนื่องจากระบบการเดินทางในเมืองหลวงของไทย ยังไม่เอื้อให้ประชาชนกลุ่มที่ใช้บริการ หากวิเคราะห์จากกลุ่มลูกค้าที่ใช้รถเมล์ เปรียบเทียบขนส่งระบบราง เป็นคนละกลุ่มเป้าหมาย โดยมีเรื่องค่าใช้จ่ายเป็นตัวกำหนด หากอนาคตภาครัฐยังไม่บูรณาการค่าใช้จ่ายของระบบขนส่งในเมืองกรุง ให้มีราคาใกล้เคียงกัน อาจจะไม่สามารถดึงให้คนสนใจใช้บริการตามที่ตั้งเป้าหมายไว้
ด้านโชเฟอร์รถเมล์สาย 63 หรือในชื่อใหม่ B10E เปิดเผยกับ PPTV ว่าเห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลง แต่คนส่วนใหญ่ที่เคยใช้รถเมล์ก็ต้องปรับตัว อีกทั้งคนขับเองก็ต้องอบรมเพิ่ม เพราะมีการเปลี่ยนเส้นทาง จึงอยากให้ผู้มีอำนาจจัดการให้ความรู้ความเข้าใจกับทุกฝ่ายอย่างชัดเจน เพื่อลดความสับสนในการใช้บริการ