จากข้อมูลพบว่าจุดที่รถของนักศึกษาชาวไทยตกลงไปอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติคิงส์ แคนยอน พาร์ค เมืองเฟรสโน สหรัฐอเมริกา เป็นหน้าผาลึก 150 เมตร เทียบให้เห็นภาพจะสูงพอๆกับตึกใบหยกในประเทศไทย ในความสูงขนาดนี้ หลักการช่วยเหลือทำได้ 2 แบบ คือ ให้เจ้าหน้าที่โรยตัวลงไป กับใช้เฮลิคอปเตอร์ ติดสลิงเกี่ยวยกรถขึ้นมา หากใช้เฮลิคอปเตอร์ ต้องประเมินกระแสลม ว่าในหน้าผามีร่องลม หรือ ลมแรง เสี่ยงที่จะทำให้เฮลิคอปเตอร์ตกลงมาหรือไม่ ซึ่งจากข้อมูลตามข่าว นักกู้ภัยของอเมริการะบุว่า จุดที่เกิดอุบัติเหตุสภาพอาการแปรปรวนและลมแรง
กรณีที่ให้เจ้าหน้าที่โรยตัวลงไป ต้องประเมิน กระแสน้ำ หากโรยตัวลงไปได้แล้ว ต้องสู้กับกระแสน้ำเพื่อไปให้ถึงตัวรถอีก และจากภาพจะเห็นว่า กระแสน้ำค่อนข้างแรง เป็นน้ำจากหิมะละลาย น้ำเย็นจัด นอกจากนี้ยังต้องประเมินเรื่องของการทำจุดยึดโรยตัว ว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ที่ความสูง 150 เมตร ต้องทำกี่ระยะ กี่จุด และหินของหน้าผามีความแข็งมากพอที่จะทำจุดยึดได้อย่างปลอดภัยหรือไม่
โดยพื้นฐานของงานกู้ภัยสากล คือ ไม่เพิ่มคนเจ็บและตาย กรณีนี้ นักศึกษาทั้งสองคนเสียชีวิตแล้ว ความเร่งด่วนที่จะต้องเข้าช่วยเหลือจึงไม่มากเท่าขณะยังมีชีวิต ซึ่งนักกู้ภัยต้องประเมินความเสี่ยงซึ่งหากเสี่ยงมากเกินไป อาจต้องรอน้ำลดลง หรือรอให้สภาพอากาศดีกว่านี้
ขณะที่สถานการณ์ล่าสุดในสหรัฐฯ นาง Michelle Steel ประธานบริหารเมือง Orange County ซึ่งเป็นเมืองที่มีคนไทยอยู่เป็นจำนวนมาก เปิดเผยว่า ขณะนี้ทีมกู้ภัยอยู่ระหว่างวางแผนที่จะเก็บกู้ร่างของนักศึกษาชาวไทยทั้ง 2 คนขึ้นมา จากการ ตรวจสอบระดับน้ำและสภาพอากาศในอุทยานแห่งชาติ คิงส์ แคนยอน พาร์ค ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า ระดับน้ำค่อยๆ ลดลงอยู่ระดับที่อนุญาตให้ล่องแก่งใน "ความยากระดับกลาง" ได้ และระดับน้ำอาจจะคงที่ในช่วงสามสี่วันข้างหน้า ขณะที่การพยากรณ์อากาศท้องฟ้าจะแจ่มใสในอีกสามสี่วันข้างหน้าเช่นกัน ซึ่งทีมกู้ภัยอาจเข้าไปเก็บกู้ร่างของสองนักศึกษาชาวไทย และซากรถได้