โสมแดงเตรียมถล่มเกาะกวม “โสมขาว ญี่ปุ่น สหรัฐฯ” ออกโรงโต้

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เกาหลีเหนือเผยแผนการยิงขีปนาวุธพิสัยกลางโจมตีเกาะกวมของสหรัฐฯแบบละเอียด พร้อมย้ำว่าจะเตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้นภายในกลางเดือนนี้

สำนักข่าว KCNA ของเกาหลีเหนือ เผยแผนการโจมตีเกาะกวมของสหรัฐฯอย่างละเอียด โดยคาดว่าจะสามารถเตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้นภายในกลางเดือนนี้ ก่อนจะเสนอให้นาย คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของประเทศ พิจารณาอนุมัติต่อไป

แผนที่ว่านี้ คือ การยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง ฮวาซอง-12 จำนวน 4 ลูก ออกจากฐานยิงในประเทศ โดยขีปนาวุธทั้งหมดจะเดินทางเป็นระยะทาง 3,356.7 กิโลเมตร ผ่านน่านฟ้าเมืองชิมาเนะ ฮิโรชิมา และเมืองโคอิจิของญี่ปุ่น ก่อนจะตกลงในน่านน้ำห่างจากเกาะกวมเพียง 30-40 กม. ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 1,065 วินาที หรือประมาณ 18 นาที

นอกจากนี้ สำนักข่าว KCNA ยังพาดพิงถึงกรณีที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาข่มขู่ตอบโต้เกาหลีเหนืออย่างเผ็ดร้อน โดยบอกว่าทรัมป์เป็นคนไม่มีเหตุผล มีแต่จะหาเรื่องนำไปสู่การใช้กำลัง

หลายคนอาจตั้งคำถามว่า การที่ทรัมป์ออกมาเตือนเกาหลีเหนือให้หยุดพฤติกรรมข่มขู่ มิเช่นนั้นจะตอบโต้ด้วยไฟและความเกรี้ยวกราดแบบที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นการพูดไปตามอารมณ์หรือไม่ เรื่องนี้ ฮีทเธอร์ นาวเอิร์ท โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาย้ำว่า ทำเนียบขาว กระทรวงต่างประเทศ และกระทรวงกลาโหม มีจุดยืนเดียวกันกับทรัมป์ คือ ต้องการส่งข้อความเตือนที่รุนแรงไปยังเกาหลีเหนือ

ด้านโฆษกทำเนียบขาว ซาราห์ ฮัคคาบี แซนเดอร์ส ก็ยืนยันว่า น้ำเสียงและความรุนแรงของเนื้อหามีการหารือตกลงกันก่อนแล้ว แต่ทรัมป์เป็นผู้เลือกคำเอง ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน นายเจมส์ แมตทิส รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯก็ออกมาเตือนเกาหลีเหนือด้วยถ้อยคำที่ดุเดือดรุนแรงเช่นกัน โดยบอกว่าสหรัฐและชาติพันธมิตรมีแสนยานุภาพทางทหารมากที่สุดในโลก และพร้อมปกป้องตัวเองหรือเปิดเกมรุกทางทหาร ซึ่งเกาหลีเหนือไม่มีทางรับมือได้หากเกิดสงครามขึ้นจริง จึงควรหลีกเลี่ยงการกระทำที่จะนำไปสู่การล่มสลายของรัฐบาลเกาหลีเหนือชุดปัจจุบันและการสูญเสียของชีวิตประชาชนจะดีกว่า

ขณะเดียวกัน โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ แถลงภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยเรียกร้องให้เกาหลีเหนือหยุดพฤติกรรมยั่วยุ เพราะความตึงเครียดทางทหารหรือการเผชิญหน้าไม่ทำให้เกิดประโยชน์อะไร พร้อมกับย้ำว่ารัฐบาลเกาหลีเหนือเปิดประตูเจรจาไว้อยู่แล้ว และจะยังดำเนินการทางการทูตเพื่อคลี่คลายความตึงเครียดต่อไป อย่างไรก็ตาม กองทัพเกาหลีใต้ประกาศว่าเกาหลีเหนือจะเผชิญกับการตอบโต้อย่างรุนแรงจากวอชิงตันและโซล หากยิงขีปนาวุธใกล้เกาะกวมตามที่ขู่จริง

ฝั่งญี่ปุ่น นายโยชิฮิเดะ สึกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ระบุว่า ญี่ปุ่นจะร่วมมือกับสหรัฐฯ เสริมระบบป้องกันภัยคุกคามขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ โดยรัฐมนตรีต่างประเทศทั้งสองฝ่ายจะหารือถึงเรื่องนี้ในการประชุมที่วอชิงตันดีซี สัปดาห์หน้า ด้านนายอิตสึโนริ โอโนเดระ รัฐมนตรีกลาโหมของญี่ปุ่นแถลงต่อคณะกรรมการรัฐสภาว่า ญี่ปุ่นจะยิงสกัดมิสไซล์ที่มุ่งมายังดินแดนของสหรัฐฯ ในแปซิฟิก หากประเมินแล้วว่าเป็นภัยคุกคามต่อญี่ปุ่น แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ปัจจุบัน ญี่ปุ่นยังไม่มีศักยภาพที่จะยิงสกัดขีปนาวุธที่บินเหนือน่านฟ้าของตนไปยังเกาะกวมได้

ส่วนนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย แถลงระหว่างการเยือนประเทศไทยว่า รัสเซียและไทยต่างสนับสนุนการแก้ปัญหาอย่างสันติตามกฎบัตรสหประชาชาติ อย่างไรก็ตาม ลาฟรอฟ ไม่ได้กล่าวถึงคำขู่โจมตีเกาะกวมของเกาหลีเหนือ หรือการตอบโต้ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยตรง

โดยตอนนี้คำถามที่ทุกฝ่ายจับตามอง วิกฤติครั้งล่าสุดนี้จะนำไปสู่สงครามโลกได้หรือไม่ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิเคราะระดับภูมิภาคต่างแสดงความคิดเห็นว่า ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่ต้องกังวล เพราะไม่มีใครต้องการให้เกิดสงคราม

ศาสตราจารย์ อันเดร ลังคอฟ จากมหาวิทยาลัยคุมินในกรุงโซลประเทศเกาหลีใต้ บอกว่าตอนนี้โอกาสที่ความขัดแย้งนี้จะขยายตัวไปเป็นสงครามเต็มรูปแบบมีโอกาสเกิดน้อยมาก แม้แต่เกาหลีเหนือก็ไม่ต้องการให้รบกัน ณ จุดนี้ ที่เกาหลีเหนือต้องการคือ พัฒนาอาวุธให้สามารถยิงถึงแผ่นดินสหรัฐฯ ให้ได้จริงก่อน แล้วค่อยไปเจรจาต่อรอง ค่อยไปใช้กลไกทางการทูต

ด้านสหรัฐฯ ก็มีศักยภาพในการเป็นฝ่ายโจมตีก่อน แต่ถ้าสหรัฐฯ ยิงก่อน พันธมิตรในภูมิภาคเช่นเกาหลีใต้และญี่ปุ่น จะต้องรับมือกับการตอบโต้ของเกาหลีเหนือ ส่วนจีนเอง ก็ไม่ต้องการให้มีการเกิดสงคราม เพราะถ้าเกิดสงครามจะต้องรับมือกับข้าศึกอยู่พรมแดน เกาหลีเหนือ-จีน นอกจากนี้จะต้องรับมือกับผู้อพยพชาวเกาหลีเหนือจำนวนมาก ที่หนีข้ามพรมแดนมา



วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ