วันนี้ (14 ส.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายพลกฤต วิเศษ อดีตทหารยศสิบเอก ผู้ต้องหาลักพาตัวนางสาวพลอยนรินทร์ ผลิผล อดีตแฟนสาวไปจากอำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถูกตำรวจและทหารติดตามกดดันเพื่อจับกุมที่อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา 1 วันเต็มๆ ก่อนติดต่อญาติให้นำเข้ามอบตัว เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุรับผู้ตายออกจากบ้านที่พระนครศรีอยุธยา ระหว่างทางมีปากเสียงทะเลาะกันเรื่องชู้สาว ผู้ตายเอามีดพับที่ติดอยู่กับกรรไกรตัดเล็บออกมาแทงที่แขน ทำให้ตัวเองโมโห บีบคอน้องพลอยจนเสียชีวิต บริเวณอำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรีหลังน้องพลอยเสียชีวิต ก็ขับไปที่หน้าค่ายทหารในจังหวัดลพบุรี เพื่อซื้อน้ำมันและยางรถ จากนั้นขับรถไปถนนช่วงตำบลท่าคล้อ อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เพื่อเผาศพ ก่อนกลับไปใช้ชีวิตปกติที่บ้าน และหนีไปพัทยา เพื่อหางานทำ ก่อนหน้านี้นายพลกฤตให้การกลับไปกลับมาหลายครั้ง อ้างทะเลาะกันอย่างรุนแรง ลงมือทำร้ายผู้ตาย ทำให้ผู้ตายกระโดดลงจากรถ จนสลบ ก่อนนำร่างไปเผา แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อเค้นสอบอีกหลายครั้ง
ขณะที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานางพัชรี ปั้นทอง แม่นางสาวพลอยนรินทร์ ได้เข้าพบพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ห้องประชุม สภ.แก่งคอย เพื่อเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอส่งตรวจเปรียบเทียบกับกระดูก ที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งสระบุรี เก็บไว้ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 ระหว่างนั้น นางพัชรีเกิดเป็นลม ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันปฐมพยาบาล
ขณะที่ พล.ต.ต.ชัยรัตน์ ทิพย์จันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี นำกำลังเข้าตรวจสอบจุดฆ่าเผานั่งยางเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตามที่นายพลกฤตให้การ โดยนางพัชรีที่เดินทางไปด้วย และยังอยู่ในอากาศเศร้าโศกเสียใจ ขณะที่ตำรวจ สภ.หินซ้อน เตรียมขออนุมัติศาลจังหวัดสระบุรี ออกหมายจับนายพลกฤตในข้อหาฆ่าผู้อื่นและซ่อนเร้นอำพรางศพ และมีรายงานว่าวันที่ 16 สิงหาคม ฝ่ายทหาร จะนำนายพลกฤตไปส่งให้ตำรวจที่กองปราบปราม เพื่อรับตัวไปดำเนินคดีต่อไป
ด้าน พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ รองนายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยว่า ผลการตรวจดีเอ็นเอจากกระพุ้งแก้มนางพัชรีและกระดูกที่เก็บได้ตรงกันยืนยันความเป็นแม่ลูก แต่ต้องรอผลการตรวจเปรียบเทียบกับเนื้อเยื่อของบิดาอีกครั้ง