สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้เดินทางกลับมาที่ ทรัมป์ ทาวเวอร์ ในนครนิวยอร์กครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แต่ก็ต้องเจอกับกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงนับร้อยคนที่รออยู่ด้านนอกบนถนนฟิฟธ์อเวนิว เนื่องจากไม่พอใจที่ทรัมป์ออกมากล่าวประณามกลุ่มชาตินิยมผิวขาวสุดโต่งว่าเป็นต้นเหตุของเหตุจลาจลที่เมืองชาร์ลอตส์วิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย ช้าเกินไป
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ ยอมออกมากล่าวประณามกลุ่มนีโอนาซี และคูคลักซ์แคลน (เคเคเค) ด้วยตัวเองในที่สุด หลังจากเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์และแรงกดดันอย่างหนัก ตลอดช่วงสามวันที่ผ่านมา โดยบอกว่ากลุ่มดังกล่าวเป็นอันธพาลและอาชญากร การเหยียดเชื้อชาติ ความเกลียดชัง อคติ จะต้องไม่มีที่ยืนในสังคมอเมริกัน
“การเหยียดเชื้อชาติเป็นสิ่งที่ชั่วร้าย และพวกที่ก่อความรุนแรงจากความคิดดังกล่าวก็เป็นอาชญากรและอันธพาล ซึ่งได้แก่ กลุ่มเคเคเค นีโอนาซี กลุ่มชาตินิยมผิวขาว รวมถึงกลุ่มเกลียดชังอื่นๆ ที่ต่อต้านทุกสิ่งทุกอย่างที่ชาวอเมริกันยึดถือ ชาติของเราก่อตั้งขึ้นมาบนพื้นฐานความจริงที่ว่าทุกคนถูกสร้างมาเท่าเทียมกัน เราทุกคนเท่าเทียมกันในสายตาของพระเจ้าผู้สร้าง ภายใต้กฎหมาย และรัฐธรรมนูญของเรา”
แม้ทรัมป์จะออกมาประณามโดยตรงแล้ว แต่กระแสความไม่พอใจก็ยังไม่หายไปง่ายๆ รวมทั้งบรรดาผู้นำธุรกิจที่ออกมาแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์
ล่าสุดซีอีโอของบริษัทอินเทล ผู้ผลิตชิปคอมพิวเตอร์รายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ประกาศถอนตัวออกจากสภาผู้ผลิตอเมริกันของประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงอันตรายร้ายแรงที่เกิดจากความแตกแยกทางการเมือง หลังจากที่ ซีอีโอของบริษัท Merck and Co ผู้ผลิตยารายใหญ่ของสหรัฐฯ ได้ประกาศลาออกไปก่อนหน้านี้เช่นกัน โดยให้เหตุผลว่า เขาต้องการแสดงจุดยืนต่อต้านความไม่อดกลั้นและแนวคิดสุดโต่ง