วันนี้ (21 ส.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุคนร้ายปล้นเต็นท์รถมือสอง ในพื้นที่อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เจ้าหน้าที่เชิญตัวผู้ต้องสงสัยนำส่งยังศูนย์ซักถามค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี 2 คน โดยหนึ่งในนั้นได้รับสารภาพแล้วว่ามีส่วนรู้เห็น แต่ไม่ได้เข้าร่วมกระทำผิด เพราะเกิดความเกรงกลัวจะถูกจับ เจ้าหน้าที่ศูนย์ซักถามจึงยังคงควบคุมตัวเข้าสู่กระบวนการซักถามเพื่อขยายผล ตามกฎอัยการศึกภายใน 7 วัน โดยจะทำควบคู่ไปกับการสนธิกำลังปิดล้อมตรวจค้นทั้งพื้นที่ โดยเฉพาะที่เป็นแหล่งอิทธิพลของกลุ่มก่อความไม่สงบ รวมถึงในพื้นที่ป่าเขา เพื่อกดดันไม่ให้กลุ่มก่อเหตุรุนแรงรวมตัววางแผนการก่อเหตุร้ายต่างๆ ได้ง่าย
ขณะที่ผู้ต้องสงสัยอีก 1 คน ยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้มีความสนิทสนม หรือรู้จักมักคุ้นกับคนร้ายที่ถูกวิสามัญฆาตกรรม เพียงแต่พูดคุยกันเวลาไปเล่นฟุตบอลที่สนามเท่านั้น แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังคงไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกันกับหลักฐานที่สามารถยึดมาได้ โดยเฉพาะการติดต่อทางโทรศัพท์มือถือนั้น ตรวจสอบแล้วพบว่ามีการใช้ติดต่อสื่อสารกันมานานและบ่อยครั้ง
ส่วนที่จังหวัดยะลา พลตำรวจตรี กฤษฏา แก้วจันดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้สั่งการให้กำลัง 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ตั้งด่านตรวจสอบรถจักรยานยนต์ โดยเน้นรถเป้าหมายและผู้ขับขี่ ตรวจสอบอย่างละเอียด หลังจากในห้วง 2 – 3 วัน ได้มีการแจ้งความรถจักรยานยนต์ ถูกขโมยและถูกปล้น ในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและยะลา อย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด เมื่อคืนที่ผ่านมาในพื้นที่ จ.ยะลา ได้มีการแจ้งหายรถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน และย่านการค้าถนนผังเมืองอีก 1 คัน และยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ได้รับแจ้งว่ามีการขโมยรถจักรยานยนต์ ซึ่งฝ่ายความมั่นคง ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าคนร้ายมีเป้าประสงค์ใด แต่ให้น้ำหนักไปว่า คนร้ายอาจเปลี่ยนกลยุทธ์ในการก่อเหตุในเขตเมืองด้วยการใช้รถจักรยานยนต์บอมบ์แทนการใช้ คาร์บอมบ์ ซึ่งมีความยากลำบากในการนำเข้ามาก่อเหตุได้