เมื่อวันที่ (21 ส.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไตรมาส 2 ของปีนี้ที่ขยายตัวได้มาก เป็นผลจากที่รัฐบาลเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ทำให้ไทยมีพื้นฐานที่ความเข้มแข็ง จึงส่งผลให้เศรษฐกิจปรับตัวดีต่อเนื่อง แม้ว่าเศรษฐกิจไตรมาส 2 โตได้ 3.7% แต่ยังต่ำกว่ารัฐบาลคาดหวังไว้ที่ให้เศรษฐกิจโตเต็มศักยภาพอย่างน้อย 4% ซึ่งขณะนี้ใกล้ความเป็นจริง เพราะเศรษฐกิจไทยยังโตเพิ่มขึ้นได้อีก
ขณะที่ การลงทุนภาคเอกชนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี ) มีนักลงทุนมาขอลงทุนกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมลงทุน (บีโอไอ) จำนวนมาก ซึ่งจะมีส่วนสำคัญให้จีดีพีไทยโตได้ถึง 5% คาดจะใช้เวลา 2-3 ปีในการลงทุนของอีอีซีจะเดินหน้าได้เต็มที่ เพราะว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่ ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ โดยขณะนี้มีการตั้งสำนักงานอีอีซี ทำให้การขับเคลื่อนลงทุนเอกชนเป็นด้วยความรวดเร็วขึ้น ที่ผ่านมาได้หารือกับนักลงทุนต่างชาติสนับสนุนโครงการอีอีซีอย่างมาก
"เศรษฐกิจที่ขยายตัวได้มาก เป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลดีในภาพรวมให้กับประเทศ ทำให้เอกชนเริ่มลงทุนมากขึ้น และจะมีผลตามมาทำให้กระจายรายได้ไปสู่ผู้มีรายได้น้อยมากขึ้น เหมือนในอดีตที่เศรษฐกิจประเทศไทยเคยโตกว่า 10% ช่วยให้คนจนลดลงไปจำนวนมาก ซึ่งหลายปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยหยุดขยายตัวทำให้คนจนกลับมาเพิ่มขึ้น" นายอภิศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตามการที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวครั้งนี้ ยังไม่ส่งผลต่อผู้มีรายได้น้อยอย่างเต็มที่ โดยรัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่ม เช่น แจกสวัสดิการภาครัฐ มีทั้งค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะมีการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็ว ๆ นี้
นอกจากนี้ยังมีช่วยเหลือระยะที่สอง คือการเพิ่มรายได้ให้กับผู้มีรายได้น้อยต่ำกว่าเส้นความยากจน หรือผู้มีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อปี โดยรัฐบาลจะเติมเงินให้คนกลุ่มนี้ ตอนนี้อยู่ระหว่าพิจารณารายละเอียด เกี่ยวกับตัวชี้วัด เรื่องความยากจนให้ชัดเจน เบื้องต้นให้ทำบัญชีครัวเรือน โดยแบงก์รัฐได้ดำเนินการไปแล้วบางส่วน คาดว่าภายใน 2-3 ปีจะทำให้แก้ปัญหาความยากจนดีขึ้นมาก