เมื่อวันที่ (21 ส.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครอบครัวของพลทหารนภดล วรกิจพันธ์ หรือ ทาโร่ อายุ 21 ปี ที่เสียชีวิต เดินทางเข้าพบพลตรีวิชัย ทัศนมณเฑียร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 45 ค่ายวิภาวดีรังสิต เพื่อดูภาพกล้องวงจรปิด ก่อนที่พลทหารนพดล จะออกจากค่าย
โดยภาพแรกเป็นช่วงเวลา 19.20 น.พบมีการรวมแถวซ่อมวินัยทั้งหมด จากภาพเป็นลักษณะการออกกำลังกาย เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่พบการกระทำนอกกรอบกฎระเบียบ และไม่มีการทำโทษรุนแรงแบบถูกเนื้อต้องตัวกัน
จากนั้นเวลาเกือบ 3 ทุ่ม พลทหารนภดล สวมชุดลำลองทหาร นั่งอยู่กับพลทหารชัยฤกษ์ ซึ่งเป็นรุ่นพี่นั่งอยู่ที่เวรยามประจำคลังอาวุธ ประมาณ 15 นาที ก่อนลุกออกไปขึ้นรถจักรยายนต์ที่พลทหารปริญญาขับมารับ จากภาพพลทหารนภดลยังมีท่าทางปกติ
สอดคล้องกับคำให้การของ พลทหารชัยฤกษ์ อัครกุล และพลทหารปริญญา ราชจินต์ ที่บอกว่าทั้งสามคนนัดแนะออกจากค่ายเพื่อจะไปงานบิ๊กไบค์ที่ อำเภอท่าชนะ โดยทั้งหมดแวะที่บ้านของพลทหารนภดล เพื่อไปเอารถและเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ระหว่างนั้นพลทหารนภดลได้หมดสติ และเสียชีวิต
หลังดูภาพวงจรปิดแล้วครอบครัวตั้งข้อสังเกตว่าช่วงเวลา 2 ทุ่มกว่าจนถึงก่อนที่พลทหารนภดล จะออกจากค่ายเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ ขณะที่ทางผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 45 ได้สั่งตรวจสอบโดยเฉพาะช่วงเวลาที่ญาติติดใจสงสัย ซึ่งไม่มีกล้องวงจรปิด เพื่อให้เกิดความกระจ่าง
ล่าสุด ร้อยตำรวจเอกทะนงศิลป์ ขนายน้อย รองสารวัตรสอบสวนสภ.เมืองสุราษฎร์ธานี นำศพพลทหารนภดล มาชันสูตรที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทำซีทีสแกนอวัยวะภายใน ก่อนจะผ่าพิสูจน์พบว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากระบบเลือดและหัวใจล้มเหลว แต่ยังไม่ทราบว่าล้มเหลวจากสาเหตุใด ต้องนำชิ้นเนื้อและอวัยวะภายในส่งไปตรวจพิสูจน์ในห้องแล็บ เนื่องจากศพมีการฉีดฟอร์มาลีนและผ่ามาก่อนหน้านี้แล้ว คาดว่าประมาณ 2 สัปดาห์จึงจะทราบผลที่ชัดเจน การตรวจสอบกรณีนี้ พันเอกวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่าจากข้อมูลบุคคล และกล้องวงจรปิดยังไม่พบการกระทำนอกกรอบกฎระเบียบ หรือการทำโทษที่รุนแรงแบบถูกเนื้อต้องตัวกัน
ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติมว่า หลังการอบรมและออกกำลังกายเสร็จแล้วสิบเวรได้ปล่อยให้ทหารไปอาบน้ำและพักผ่อน มีการกระทำที่ไม่เหมาะสมทั้งของสิบเวร หรือเพื่อนพลทหารด้วยกันเองหรือไม่ รวมถึงเวลาที่ พลทหารนพดล ออกไปนอกค่ายด้วย ขอให้รอข้อสรุปอย่างเป็นทางการทั้งจากต้นสังกัดและตำรวจอีกครั้ง โดยยืนยันว่าหากมีกำลังพล ไม่ว่าจะระดับใดประพฤติปฏิบัตินอกเหนือกฏระเบียบราชการกำหนด จะต้องถูกดำเนินการตามขั้นตอนอย่างแน่นอน
เมื่อปีที่แล้ว เคยเกิดเหตุการณ์ซ้อม พลทหารยุทธภินันท์ บุญเนียม จนเสียชีวิตใน มทบ.45 ซึ่งพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสารท ผู้บัญชาการทหารบก เน้นย้ำไม่ให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก