คดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกยื่นฟ้องในฐานะผู้กำหนดและบริหารนโยบาย แต่คดีของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นเรื่องของการทุจริต โดยหลังจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบและพบหลักฐานว่า คู่ค้าที่รัฐบาลไทยขายข้าวให้ ไม่เข้าข่ายรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี เพราะเป็นเพียงบริษัทขายอุปกรณ์กีฬาที่มีสถานะเป็นเพียง รัฐวิสาหกิจของจีน
นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า การซื้อขายพืชผลเกษตรกับประเทศอื่นองค์การค้าโลก ( WTO )`ได้กำหนดว่า การค้านั้นจีนจะต้องตั้งองค์กรหนึ่ง (คอฟโก้) ขึ้นมาเป็นองค์กรพิจารณาแล้วทำหน้าที่ค้าโดยตรง ไม่ให้ผ่านมณฑลหรือหน่วยงานต่างๆ เป็นอันขาด ถ้าไม่ผ่านองค์กรนี้จีนถือเป็นการค้าโดยมิชอบทันที พอเราได้ข้อมูลนี้มาก็รู้เลยว่า โครงการจำนำข้าวไม่ใช่การค้าแบบจีทูจีจริง แต่เป็นจีทูจีปลอม
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เคยให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2555 ว่า ยืนยันว่าตัวเลขที่ระบบจีทูจีมีการซื้อขายจริงๆ ไม่ใช่เอ็มโอยู ชี้แจงไปแล้วว่าทำสัญญามาตั้งแต่ปี 55 ถึง ส.ค.55 ทั้งหมด 7 ล้านตัน ส่งไปแล้วบางส่วน ประเทศผู้ซื้อชี้แจงไปแล้วหลายประเทศ เช่น จีน กรณีสงสัยว่าสัญญามีจริงหรือไม่ ยืนยันว่าจริงแต่ให้ดูไม่ได้
ขณะที่พรรคเพื่อไทยเคยแถลงยอมรับว่า โครงการรับจำนำข้าวมีการทุจริตจริง และดำเนินการทางกฎหมายไปกว่า 100 คดี แต่นั่นก็คงไม่ได้อยู่ในความสนใจเท่า 2 คดี คือ คดีที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นจำเลย และคดีของนายบุญทรงและพวกที่ถูกยื่นฟ้องและพิจารณาคู่ขนานกันมาตลอด เพราะถือเป็นบุคคลระดับนโยบาย
สำหรับความน่าสนใจของทั้ง 2 คดีนี้ นอกจากกำหนดเวลาพิพากษาใกล้เคียงกัน องค์คณะผู้พิพากษา 9 คน ของแต่ละคดี มีบุคคลที่ได้ทำหน้าที่ ชี้ขาดทั้ง 2 คดี 5 คน ประกอบด้วย นายชีพ จุลมนตรี ประธานศาลฎีกา นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานแผนกคดีภาษีอากรศาลฎีกา นายวิรุฬห์ แสงเทียน ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจศาลฎีกา นายพิศล พิรุณ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ศาลฎีกาและธนฤกษ์ นิติเศรณี รองประธานศาลฎีกา
นอกจากนี้ ยังพบว่าองค์คณะผู้พิพากษาคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทั้ง 9 คน เคยทำคดีชี้ขาดคนของพรรคเพื่อไทยทั้งหมด เช่น นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เคยเป็นหนึ่งในองค์คณะผู้พิพากษาคดี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีและพวก สลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นายธานิศ เกศวพิทักษ์ ผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา เคยตัดสินคดียุบพรรคไทยรักไทย คดียึดทรัพย์นายทักษิณ ชินวัตร
ผลของคดีโครงการรับจำนำข้าว ที่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นจำเลย กับคดีของนายบุญทรงและพวก อาจออกมาเหมือนกัน หรือ ต่างกันก็ได้ เพราะสำนวนคดีและข้อเท็จจริงของคดี เป็นข้อมูลคนละชุด และความผิดก็เป็นคนละประเด็น แต่ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร สิ่งที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน คือ คำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ อาจจะกลายเป็นบรรทัดฐานในการกำหนดและดำเนินนโยบายของพรรคการเมืองนับจากนี้เป็นต้นไป