ตลอดเวลาที่ผ่านมา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า เงินทุกบาทรัฐบาลรับผิดชอบอยู่แล้ว ดิฉันจะไม่ยอมให้เกมการเมืองมาเอารัดเอาเปรียบพี่น้องเป็นตัวประกัน ดิฉันขอความร่วมมือและความเห็นใจจากทุกฝ่ายต่อความทุกข์ยากของชาวนา
ด้าน รศ.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการสถาบันคลังสมองของชาติ กล่าวว่า เป้าหมายของพรรคเพื่อไทยในขณะนั้นต้องการฐานเสียงซึ่งเป็นชาวบ้าน ถ้าไม่ต้องการฐานเสียง นโยบายที่ดีต้องยกระดับเกษตรอินทรีย์ ให้ราคาเขาสูงขึ้นมา ถึงวันนี้จะเห็นว่าประเทศไทยมีการปรับตัวไปสู่การปลูกข้าวที่มีคุณภาพมากขึ้น แต่เขาไม่ได้ทำเช่นนั้น หมายถึงว่าเขาต้องการเกษตรกรเป็นฐานเสียง จะเห็นว่าเกษตรกรมีอยู่ประมาณ 37ล้านครัวเรือน คูณ 4 ต่อ 1 ครัวเรือน จะเห็นว่าจำนวนมหาศาลที่จะได้ฐานเสียง
ขณะที่นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า เราไม่ได้ทำอะไรในฐานะพยาบาทจองเวรหรือเหตุผลส่วนตัว กระบวนการทั้งหมดการแสวงหาข้อเท็จจริงหรือชี้มูลความผิด เราทำเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ ถ้าเราไม่ยับยั้งคดีเหล่านี้ก็จะมีการค้าขายที่ผูกขาดในมือรัฐ และมีการปลอมจีทูจี ที่เรียกว่าจีทูเจี๊ย หรือทำเพื่อประโยชน์ของพรรคพวก
นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เชื่อเป็นการโจมตีให้เป็นปัญหาการเมือง เพราะโครงการ ทำแล้วขาดทุนเงินไม่ถึงมือเกษตรกร จึงอยากขอความเป็นธรรม
วันที่ 25 สิงหาคมนี้ ไม่ว่าคดีรับจำนำข้าวที่มี “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เป็นจำเลยจะออกมาในทิศทางใด ไม่เพียงเป็นชนักติดหลังของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ยังอาจหมายถึง ความเป็นไปของนโยบายประชานิยม
บุศรินทร์ วรสมิทธิ์ รายงาน