วันนี้ (24 ส.ค.60) จังหวัดอุบลราชธานี ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ตั้งด่านตรวจ 3 ฝ่าย บิรเวณถนนสายหลักเชื่อมระหว่างอำเภอมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ 3 เส้นทาง คือ ทางหลวงหมายเลข 24 โชคชัยเดช-เดชอุดม ทางหลวงหมายเลข 23 อุบลราชธานี-บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น และทางหลวงหมายเลข 227 อุบลราชธานี-นคราชสีมา แต่ไม่พบความผิดปกติ
มวลชนกลุ่ม นปช. ยืนยันว่า ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เพราะไม่ต้องการให้ถูกฝ่ายความมั่นคงจับตา และสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดอำนาจศาล รวมทั้งแกนนำสำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี ถูกตัดสินจำคุกอยู่ในเรือนจำ คดีเผาศาลากลางจังหวัด เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2553 แต่ยังมีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยส่วนหนึ่ง แยกย้ายกันเดินทางไปให้กำลังกับอดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในลักษณะต่างคนต่างเดินทางไป
ส่วนที่จังหวัดอุดรธานี เจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจตลอด24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 26 สิงหาคม กลุ่มชมรมคนรักอุดร ที่บ้านหนองลีหู ตำบลสามพร้าว อ.เมืองอุดรธานี ซึ่งเคยเป็นอดีตอาณาจักรคนเสื้อแดง ก็เงียบเหงา ไม่มีสัญญาณขนคนเข้ากรุงเทพฯ
ขณะที่กลุ่มหมู่บ้านเสื้อแดง ของนายอานนท์ แสนน่าน ที่บ้านพรสวรรค์ ตำบลหนองคำ อ.เมืองอุดรธานี ที่สำนักงาน ได้ทำเป็นฟาร์มหมู่บ้านเห็ด โดยยืนยันว่า ไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการทำกิจกรรมทางการเมืองมานาน รวมถึงครั้งนี้ด้วย
จังหวัดบุรีรัมย์ นายสุรศักดิ์ เพชรสว่าง ประธาน นปช.จังหวัดบุรีรัมย์ บอกว่า ที่ผ่านมาได้มีหน่วยงานภาครัฐ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้ามาสอบถามข้อมูล และขอความร่วมมือไม่ให้มีการเคลื่อนไหว ส่วนตัวได้รับปากตอบรับ แต่หากประชาชนจะไปกันเองตนก็คงไม่มีสิทธิ์ห้าม
ขณะที่จากข้อมูลแหล่งข่าวในเชิงลึก ทราบว่า เมื่อ 1 – 2 วันที่ผ่านมาได้มีเครือข่าย นปช. และประชาชนจากบางอำเภอ ทยอยเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวไปให้กำลังใจอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์บ้างแล้ว เพราะเกรงว่าหากเดินทางใกล้วันที่ศาลจะตัดสินอาจจะถูกเจ้าหน้าที่สกัด อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีการจัดรถบัส หรือรถตู้ขนคนเข้าไป
ส่วนที่จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่เมื่อเช้ามีตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ เข้าดูแลความเรียบร้อย โดยจะจัดกำลังเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง โดยนายเพชรวรรต วัฒนพงษ์ศิริกุล ผู้อำนวยการสถานีวิทยุยังคงจัดรายการมีเนื้อหาให้กำลังใจอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ แต่เวลาต่อมา ตำรวจเชิญตัวนายเพชรวรรตไปพูดคุยที่ สภ.เมืองเชียงใหม่
ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงที่แวะเวียนมาที่สถานี บอกว่า เดิมกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เตรียมจัดทีวีจอใหญ่ร่วมกันให้กำลังใจผ่านการถ่ายทอดสด แต่มีการร้องขอจากเจ้าหน้าที่ไม่ให้จัด ทำให้หลายคนไม่สบายใจที่ถูกปิดกั้นเสรีภาพ ทั้งที่ยืนยันว่า เป็นการให้กำลังใจอย่างสงบ