“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” กับเส้นทางการเมืองสู่คำพิพากษา

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ย้อนประวัติอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือ อดีตนายกฯ ปู ก่อนก้าวสู่การพิพากษาศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ภายหลังจากที่ถูกดำเนินคดีโครงการรับจำนำข้าว เพราะส่งผลให้เกิดการทุจริตและความเสียหายต่อภาครัฐหลายแสนล้านบาท จะเป็นเช่นไร คงต้องรอการชี้ชะตาในวันที่ 25 ส.ค.2560

แต่ก่อนจะไปสู่การตัดสิน ทีมข่าวนิวมีเดีย พีพีทีวี จะขอย้อนไปสู่เส้นทางการเมืองของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกและคนที่ 28 ของประเทศไทย เริ่มจากประวัติส่วนตัว ที่มีชื่อเล่นว่า ปู เกิดเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2510 เป็นบุตรคนสุดท้องในจำนวนบุตร 10 คนของนายเลิศ และนางยินดี ชินวัตร และเป็นน้องสาว ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ส่วนชีวิตครอบครัวได้สมรสกับ นายอนุสรณ์ อมรฉัตร อดีตกรรมการผู้อำนวยการบริษัท เอ็ม ลิงก์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด และมีบุตรชายนอกสมรสหนึ่งคนชื่อ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือ น้องไปป์  

ประวัติการศึกษา-การทำงาน

การศึกษาของอดีตนายกรัฐมนตรี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อปี 2531 และเข้าศึกษาต่อปริญญาโท ที่รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเคนทักกีสเตต ประเทศสหรัฐอเมริกาและได้สำเร็จการศึกษาในปี 2533 ส่วนการทำงาน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการ เอไอเอส และตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นตำแหน่งสุดท้ายก่อนก้าวสู่การเมืองอย่างเต็มตัว

นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย

การเลือกตั้งช่วงกลางเดือน พ.ค.2554 พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก่อนคว้าชัยชนะเลือกตั้งไปด้วยคะแนน 265 ที่นั่ง พร้อมกับได้รับการคัดเลือกจากสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 5 ส.ค.2554 ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สืบต่อจากอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งในวันที่ 8 ส.ค.2554 ถือเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย

สารพัดนโยบายประชานิยม

สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศผลักดันให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี คงไม่พ้น สารพัดนโยบายแบบประชานิยม เรียกได้ว่าถอดแบบนโยบายของพ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร ไม่ว่าจะเป็น โครงการจำนำข้าว, โครงการรถคันแรก, โครงการรถไฟความเร็วสูง 2.2 ล้านล้านบาท, ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท แต่สุดท้ายก็ย้อนกลับเข้ามาถึงตัว

“โครงการจำนำข้าว” ที่เกิดการทุจริตสร้างความเสียหายต่อภาครัฐ ถูกจับตาจากฝ่ายคัดค้าน องค์กรอิสระ และประชาชนจำนวนมาก จนนำไปสู่กระบวนการฟ้องร้องคดีต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในข้อหาปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต และปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวกว่า 4 แสนล้านบาท สุดท้ายในวันที่ 25 ส.ค.60 จะเป็นวันตัดสินชี้ชะตาเรื่องราวทั้งหมด คำพิพากษาของศาลฏีกาเป็นเช่นไรคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ