5 นายกรัฐมนตรีไทย “ลี้ภัย” ต่างประเทศ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

จากเหตุการณ์การฟ้องร้องคดีหรือการตรวจสอบการทุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ของเหล่านายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา และมีบางรายที่แอบหลบหนีความผิดออกนอกประเทศไปได้ง่าย โดยใช้กฎหมายลี้ภัยของประเทศต่าง ๆ เข้ามาช่วยในการป้องกันตนเอง เมื่อเวลาไปอยู่ในประเทศนั้นจะไม่โดนส่งตัวกลับมาประเทศที่เป็นบ้านของตนเองเพื่อรับความผิดที่เกิดขึ้น  

ก่อนจะทำความรู้จักกับเหล่านายกรัฐมนตรีที่ใช้ข้อกฎหมายนี้หลบนี้ไปได้นั้น ลองมาไล่เรียงถึงนายกรัฐมนตรีทั้ง 29 คน ว่ามีใครกันบ้าง โดยตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น บัญญัติให้มีขึ้นภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 โดยเรียกว่า ประธานคณะกรรมการราษฎร ตามพระราชบัญญัติรัฐธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475 และภายหลังพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับถาวร เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 ตำแหน่งดังกล่าวจึงได้เปลี่ยนเป็น นายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรี คนที่ 1 พระยามโนปกรณ์นิติธาดา (ก้อน หุตะสิงห์) ดำรงตำแหน่งวันที่ 28 มิถุนายน 2475 พ้นตำแหน่งวันที่ 21 มิถุนายน 2476 ด้วยการทำรัฐประหารโดยพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา

นายกรัฐมนตรี คนที่ 2 พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) ดำรงตำแหน่งวันที่ 21 มิถุนายน 2476 พ้นตำแหน่งวันที่ 16 ธันวาคม 2481 โดยรัฐบาลยุบสภา                 

นายกรัฐมนตรี คนที่ 3 จอมพลแปลก พิบูลสงคราม (แปลก ขีตตะสังคะ) ดำรงตำแหน่งครั้งแรกวันที่ 16 ธันวาคม 2481 พ้นตำแหน่งครั้งสุดท้ายวันที่ 16 กันยายน 2500 โดยการทำรัฐประหารนำโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ 

นายกรัฐมนตรี คนที่ 4 พันตรีควง อภัยวงศ์ ดำรงตำแหน่งวันที่ 1 สิงหาคม 2487 พ้นตำแหน่งวันที่ 8 เมษายน 2491 โดยถูกคณะรัฐประหารบังคับให้ลาออก

นายกรัฐมนตรี คนที่ 5 นายทวี บุณยเกตุ ดำรงตำแหน่งวันที่ 31 สิงหาคม 2488 พ้นตำแหน่งวันที่ 17 กันยายน 2488 เนื่องจากลาออก เพื่อให้ผู้เหมาะสมมาแทน

นายกรัฐมนตรี คนที่ 6 หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ดำรงตำแหน่งครั้งแรกวันที่ 17 กันยายน 2488 และอีกครั้งในต้นปี 2519 ก่อนพ้นตำแหน่งเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ด้วยการทำรัฐประหาร นำโดยพล.ร.อ.สงัด ชะลออยู่

นายกรัฐมนตรี คนที่ 7 นายปรีดี พนมยงค์ (หลวงประดิษฐ์มนูธรรม) ดำรงตำแหน่งวันที่ 24 มีนาคม 2489 พ้นตำแหน่งวันที่ 23 สิงหาคม 2489 โดยการลาออก

นายกรัฐมนตรี คนที่ 8 พลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ (หลวง ธำรงนาวาสวัสดิ์) ดำรงตำแหน่งวันที่ 23 สิงหาคม 2489 พ้นตำแหน่งวันที่ 8 พฤศจิกายน 2490 โดยการทำรัฐประหารนำโดยพล.ท.ผิน ชุณหะวัณ

นายกรัฐมนตรี คนที่ 9 นายพจน์ สารสิน ดำรงตำแหน่งวันที่ 21 กันยายน 2500 ตามมติสภาผู้แทนราษฎร และพ้นตำแหน่งวันที่ 1 มกราคม 2501 เพื่อให้มีการเลือกตั้งทั่วไป เป็น ครม.ชุดที่ 27

นายกรัฐมนตรี คนที่ 10 จอมพลถนอม กิตติขจร ดำรงตำแหน่งครั้งแรกวันที่ 1 มกราคม 2501 และอีกครั้งในปลายปี 2506 ก่อนจะพ้นตำแหน่งวันที่ 14 ตุลาคม 2516 หลังการเดินขบวนใหญ่ของนักศึกษาประชาชน ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516

นายกรัฐมนตรี คนที่ 11 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ดำรงตำแหน่งวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2502 พ้นตำแหน่งวันที่ 8 ธันวาคม 2506 เพราะถึงแก่อสัญกรรม

นายกรัฐมนตรี คนที่ 12 นายสัญญา ธรรมศักดิ์ ดำรงตำแหน่งวันที่ 14 ตุลาคม 2516 พ้นตำแหน่งวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2518 เพื่อให้มีการเลือกตั้งทั่วไปตามรัฐธรรมนูญปี 2517

นายกรัฐมนตรี คนที่ 13 พลตรีหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ดำรงตำแหน่งวันที่ 14 มีนาคม 2518 พ้นตำแหน่งวันที่ 20 เมษายน 2519 เพราะยุบสภา 

นายกรัฐมนตรี คนที่ 14 นายธานินทร์ กรัยวิเชียร ดำรงตำแหน่งวันที่ 8 ตุลาคม 2519 พ้นตำแหน่งวันที่ 20 ตุลาคม 2520 โดยการรัฐประหารนำโดยพล.ร.อ. สงัด ชลออยู่ 

นายกรัฐมนตรี คนที่ 15 พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ดำรงตำแหน่งวันที่ 11 พฤศจิกายน 2520 พ้นตำแหน่งวันที่ 3 มีนาคม 2523 โดยการลาออกกลางสภา

นายกรัฐมนตรี คนที่ 16 พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่งวันที่ 3 มีนาคม 2523 พ้นตำแหน่งวันที่ 4 สิงหาคม 2531 เมื่อยุบสภาให้มีการเลือกตั้งทั่วไป

นายกรัฐมนตรี คนที่ 17 พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ดำรงตำแหน่งวันที่ 4 สิงหาคม 2531 พ้นตำแหน่งวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 โดยคณะ รสช.ทำรัฐประหาร

นายกรัฐมนตรี คนที่ 18 นายอานันท์ ปันยารชุน ดำรงตำแหน่งวันที่ 2 มีนาคม 2534 พ้นตำแหน่งวันที่ 23 กันยายน 2535 เมื่อยุบสภาให้มีการเลือกตั้งทั่วไป (ดำรงตำแหน่งช่วงสั้นๆ อีกครั้ง ภายหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 10 มิถุนายน 2535 - 23 กันยายน 2535)

นายกรัฐมนตรี คนที่ 19 พลเอกสุจินดา คราประยูร ดำรงตำแหน่งวันที่ 7 เมษายน 2535 พ้นตำแหน่งวันที่ 10 มิถุนายน 2535 หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ

นายกรัฐมนตรี คนที่ 20 นายชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งวันที่ 23 กันยายน 2535 และอีกครั้งในปี 2540 พ้นตำแหน่งวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2544 เมื่อยุบสภาให้มีการเลือกตั้งทั่วไป

นายกรัฐมนตรี คนที่ 21 นายบรรหาร ศิลปอาชา ดำรงตำแหน่ง 13 กรกฎาคม 2538 พ้นตำแหน่งวันที่ 25 พฤศจิกายน 2539 เมื่อยุบสภา

นายกรัฐมนตรี คนที่ 22 พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ดำรงตำแหน่งวันที่ 25 พฤศจิกายน 2539 พ้นตำแหน่งวันที่ 9 พฤศจิกายน 2540 โดยการลาออก

นายกรัฐมนตรี คนที่ 23 นายทักษิณ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2544 พ้นตำแหน่งวันที่ 19 กันยายน 2549 หลังถูกรัฐประหาร 

นายกรัฐมนตรี คนที่ 24 พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ดำรงตำแหน่งวันที่ 1 ตุลาคม 2549 พ้นตำแหน่งวันที่ 29 มกราคม 2551 เมื่อปรากฏผลการเลือกตั้งทั่วไป

นายกรัฐมนตรี คนที่ 25 นายสมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่ง 29 มกราคม 2551 พ้นตำแหน่งวันที่ 9 กันยายน 2551 จากคำวินิจฉัยว่าไม่มีคุณสมบัติดำรงตำแหน่งของศาลรัฐธรรมนูญ

นายกรัฐมนตรี คนที่ 26 นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ดำรงตำแหน่ง 9 กันยายน 2551 พ้นตำแหน่งวันที่ 2 ธันวาคม 2551 จากคำวินิจฉัยยุบพรรคของศาลรัฐธรรมนูญ (ถูกตัดสิทธิ์และไม่มีคุณสมบัติในฐานะกรรมการบริหารพรรค)

นายกรัฐมนตรี คนที่ 27 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดำรงตำแหน่ง 17 ธันวาคม 2551 - 12 กรกฎาคม2554

นายกรัฐมนต์ตรีคนที่ 28 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำรงตำเเหน่งวันที่ 5 สิงหาคม 2554 พ้นตำแหน่งวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 หลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี รวมไปถึงการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

นายกรัฐมนตรี คนที่ 29 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งวันที่ 24 สิงหาคม 2557 จนถึงปัจจุบัน

จากเหล่ารัฐมนตรีทั้ง 29 คน ได้มีรัฐมนตรีบางคนลี้ภัยทางการเมือง หรือบางคนถูกศาลตัดสินคดี จนทำให้ตนเองนั้นต้องหลบหนีความผิดโดยการยื่นคำร้องขอเป็นผู้ลี้ภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ตัวอย่างการยื่นคำร้องขอเป็นผู้ลี้ภัย ประเทศสหรัฐอเมริกา จะมีรัฐบาลกลางของประเทศสหรัฐอเมริกาอนุญาตให้ผู้ที่ไม่มั่นใจในความปลอดภัยใน ชีวิต ทรัพย์สิน และเสรีภาพทางการแสดงความคิดเห็น หากเดินทางกลับไปยังประเทศบ้านเกิดเมืองนอนโดยสามารถพิสูจน์หรือ ทำให้ผู้พิพากษาคนเข้าเมือง เชื่อได้ว่า ถูกดำเนินคดี จับกุม ถูกเรียกตัวไปสอบสวน ถูกข่มขู่ กดดัน ถูกแสดงความอาฆาต ถูกปองร้าย ถูกทรมานทั้งทางร่างกาย และจิตใจจากเหตุผลทางด้าน เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ ศาสนา สีผิว การเข้าร่วมกลุ่มทางสังคม

และการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองโดย กองทัพ ทหาร ตำรวจ รัฐบาล (ทั้งประชาธิปไตย และเผด็จการทหาร/พลเรือน) กลุ่มทางสังคมกลุ่มอื่น ๆ ที่มีแนวความคิดอยู่ฝั่งตรงข้ามกับผู้ขอลี้ภัย (ซึ่งรัฐบาลสนับสนุนหรือไม่มี ศักยภาพในการยับยั้ง) หาก "รู้สึก" กลัวที่จะเดินทางกลับประเทศด้วยเหตุผลเหล่านี้ คุณสามารถขอลี้ภัย (Asylum) อยู่ในสหรัฐอเมริกาได้ทันที เห็นได้ว่ากฎหมายนี้ได้เปิดกว้างและสามารถนำมาใช้ได้อย่างง่าย ทำให้รัฐบาลหรือคนไทยที่กระทำความผิดส่วนใหญ่หนีไปกลบดาน ที่ต่างประเทศด้วยการยื่นคำร้องขอเป็นผู้ลี้ภัย

ดร.ปรีดี พนมยงค์ หรือ อำมาตย์ตรี หลวงประดิษฐ์มนูธรรม

ลี้ภัยการเมืองจากการรัฐประหาร ไปยังประเทศจีนและฝรั่งเศสรวมระยะเวลากว่า 30 ปี และไม่ได้กลับสู่ประเทศไทยอีกเลยจนกระทั่งถึงแก่อสัญกรรม เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2526 โดยระหว่างที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ ปรีดีได้ฟ้องร้องผู้ใส่ความหมิ่นประมาทต่อศาลยุติธรรม ผลปรากฏว่าศาลตัดสินให้ชนะทุกคดี และยังได้รับความรับรองจากทางราชการตลอดจนเงินบำนาญและหนังสือเดินทางของไทย

นายทวี บุณยเกตุ

ลี้ภัยทางการเมือง จากคณะทหารเข้ายึดอำนาจจากปกครองจากรัฐบาล พลเรือตรี ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์  ออกนอกประเทศพร้อมกับภรรยา ไปใช้ชีวิตที่ปีนังประเทศมาเลเซีย และเดินทางกลับประเทศไทย ในยุคของจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ รวมทั้งยังก่อตั้งมูลนิธิทางการศึกษาชื่อ มูลนิธิ ทวี บุณยเกตุ เพื่อช่วยเหลือสมาชิกคุรุสภา ผู้ประสบอัคคีภัยและภัยธรรมชาติ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ใช้ชื่อท่านเป็นห้องประชุม ทวี บุณยเกตุ ตั้งอยู่ที่ ชั้น 6 อาคารสำนักงานอธิการบดี

จอมพล จอมพลเรือ จอมพลอากาศ แปลก พิบูลสงคราม

ลี้ภัยทางการเมือง จากการรัฐประหารของ พลเอกสฤษดิ์ ธนะรัชต์ โดยหลบหนีไปด้วยรถยนต์ส่วนตัวกับผู้ติดตามเพียง 2 คน ผ่านไปทางประเทศกัมพูชา ก่อนจะลี้ภัยทางการเมืองที่ประเทศญี่ปุ่น และพำนักอยู่ที่นั่นจนตราบถึงแก่อนิจกรรม

นายทักษิณ ชินวัตร

หลบหนีคดี ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  อ่านคำพิพากษานายทักษิณ ชินวัตร คดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษกจำนวน 33 ไร่ มูลค่า 772 ล้านบาทเศษ มีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 100 (1) วรรค 3 และมาตรา 122 วรรค 1 ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี

ลี้ภัยทางการเมือง หลังถูกยึดอำนาจการปกครองโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยมี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกเป็นหัวหน้าคณะ จึงถือเป็นจุดสิ้นสุดของการบริหารราชการแผ่นดินในฐานะนายกรัฐมนตรีของนายทักษิณ ชินวัตร

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย ไม่ไปรับคำฟังคำตัดสินของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ภายหลังจากที่ถูกดำเนินคดีโครงการรับจำนำข้าว เพราะส่งผลให้เกิดการทุจริตและความเสียหายต่อภาครัฐหลายแสนล้านบาท โดยอ้างว่า มีอาการป่วย “น้ำในหูไม่เท่ากัน” แต่ศาลพิจารณาและไม่เชื่อ จึงประกาศออกหมายจับ และปัจจุบันยังไม่มีใครพบเห็นว่าเธอนั้นยังอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ คดีนี้จะถูกดำเนินอีกครั้งในวันที่ 27 ก.ย.60 ผลจะเป็นเช่นไรต้องติดตามอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง

ขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพีเดีย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ