การต้อสู้ในภาคตะวันออกของประเทศยูเครนยังคงดำเนินต่อไปแม้คำสั่งหยุดยิงตามข้อตกลงที่กรุงมินสก์จะมีผลบังคับใช้มานานกว่า 1 วันแล้วก็ตาม โดยกองทัพยูเครนระบุว่า กองกำลังฝ่ายกบฏแบ่งแยกดินแดนฝักฝ่ายรัสเซีย โจมตีพวกเขาถึง 112 ครั้งนับตั้งแต่ช่วงเช้าวันอาทิตย์ (15 ก.พ.) ส่วนใหญ่อยู่ที่เมืองดีบัลเซเว ซึ่งมีการปะทะรุนแรงที่สุดในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีทหารเสียชีวิต 5 นายในการต่อสู้ใกล้เมืองมาริอูปัลทางใต้ของประเทศ
ทั้งนี้ ข้อตกลงที่กรุงมินสก์ซึ่งผู้นำ 4 ฝ่ายได้แก่ เยอรมนี, ฝรั่งเศส, รัสเซีย และยูเครน บรรลุร่วมกันเมื่อสัปดาห์ก่อน ระบุว่า การหยุดยิงในวันที่ 15 ก.พ. เป็นเพียงก้าวแรก ซึ่งจะตามด้วยการถอนอาวุธหนักของทั้งฝ่ายกบฏและรัฐบาลตั้งแต่วันจันทร์ และเสร็จสิ้นกระบวนการภาใน 2 สัปดาห์ เพื่อสร้างเขตกันชนกว้าง 50-140 กม.