ชำนาญวิรุณกุฏิ กุฏิไม้ที่ตั้งอยู่ในวัดตรีญาติ หมู่ที่ 6 ตำบลพงสวาย อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เป็นกุฏิหลังเก่าที่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ประทับเมื่อครั้งบรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดสัตตนารถปริวัตรวรวิหาร โดยมีพระธรรมเสนานี เป็นพระอุปัชฌาย์ จากนั้นจึงย้ายมาจำพรรษา ศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดแห่งนี้ ก่อนจะอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
พระมงคลธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัตตนารถปริวัตรวรวิหาร เปิดเผยว่า พระอุปัชฌาย์นั้นมีน้อยทั้งจังหวัดในสมัยนั้นคงจะไม่เกิน 1-2 รูป เฉพาะคณะธรรมยุต เวลาบวชต้องมาบวชที่พระอารามนี้ อำเภอต่างๆ พระธรรมยุตมีน้อยก็ต้องมาอาศัยวัดนี้ เพราะมีคนรู้จักชื่อวัดแห่งนี้มานาน มีทั้งมาบวชเป็นสามเณรบ้าง เป็นพระบ้าง
แม้จะจำพรรษาอยู่ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม แต่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช ยังเสด็จไปที่จังหวัดราชบุรีบ้านเกิดอยู่เป็นระยะ และทรงบำเพ็ญพระกุศลที่วัดตรีญาติ พร้อมสนับสนุนปัจจัยสร้างหอระฆัง รวมถึงสร้างวิหารหลวงปู่นุตร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2524 เพื่อเป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อหลวงปู่นุตร์ เจ้าอาวาสรูปแรกของวัด และเป็นอัฏฐินิธาน หรืออนุสรณ์ ที่เก็บอัฐิของบรรพบุรุษด้วย
ขณะที่พระสมุห์ชาญ อภิชาโต เจ้าอาวาสวัดตรีญาติในปัจจุบัน เล่าให้ฟังว่า ครั้งล่าสุดที่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชเสด็จมาที่วัด คือวันที่ 18 เมษายน พ.ศ.2560 ที่ผ่านมา เพื่อมาร่วมพิธีฉลองพระสุพรรณบัฏ พัดยศ ถวายมุทิตาสักการะแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่จังหวัดราชบุรี และเสด็จทรงบำเพ็ญพระกุศลที่วัด ท่ามกลางชาวบ้านพุทธศาสนิกชนที่ต่างมารอรับเสด็จ
แม้เวลาจะล่วงผ่านมาหลายสิบปี นับตั้งแต่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช ประทับอยู่ที่วัดแห่งนี้ แต่คำบอกเล่า และภาพพระจริยวัตรอันงดงาม ทุกครั้งที่เสด็จมายังวัดบ้านเกิด ยังปรากฏชัดให้พุทธศาสนิกชน เคารพยึดถือเป็นแบบอย่างได้อยู่เสมอ
กัสกร ประดับมุข ถ่ายภาพ
กชวรรณ ปักครึก รายงาน