ถึงแม้เชื้อไวรัสซิกาจะทำให้ผู้ป่วยทั่วไป มีไข้และอาการครั่นเนื้อครั่นตัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งแทบไม่พบการเสียชีวิตด้วยโรคนี้ แต่ในทางกลับกัน ถ้าผู้ป่วยที่ติดเชื้อเป็นหญิงตั้งครรภ์ ทารกในครรภ์จะได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรง โดยเชื้อไวรัสจะทำให้สมองของทารกหยุดพัฒนา และเสี่ยงต่อโรคทางสมองที่ร้ายแรง เช่น ภาวะศีรษะเล็กแต่กำเนิด และยังจะทำให้ทารกที่คลอดออกมาจะมีพัฒนาการช้าในทุกด้าน ทั้งด้านการได้ยิน การมองเห็น การเคลื่อนไหวร่างกาย หรือการรับประทานอาหาร
โดยล่าสุด ผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ที่มีชื่อว่า Journal of Experimental Medicine แสดงให้เห็นว่า ไวรัสซิกา อาจจะสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งในสมองผู้ใหญ่ได้ โดยทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดลอง โดยการฉีดเชื้อไวรัสซิกาเข้าไปในหนูที่โตเต็มวัย พบว่าเนื้องอกในสมองของหนูหดตัวลง ขณะที่เซลล์สมองส่วนที่เหลือของหนูก็ปกติดี ไม่ได้รับบาดเจ็บหรือผลกระทบแต่อย่างใด ทั้งนี้ วารสารดังกล่าว ระบุว่า ไวรัสซิกาสามารถฉีดเข้าไปในตัวผู้ป่วย พร้อม ๆ กับการผ่าตัดเนื้อร้ายออกจากสมอง
ด้าน ทีมแพทย์จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน และวิทยาลัยแพทย์ แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียแซนดิเอโก เปิดเผยว่า ได้เริ่มทำการดัดแปลงไวรัสซิกา เพื่อให้ได้ไวรัสที่มีความรุนแรงน้อยกว่าไวรัสซิกาโดทั่วไป ซึ่งหวังว่า จะสามารถทดลองรักษามะเร็งในสมองด้วยไวรัสซิกาในมนุษย์ ภายใน 18 เดือน