สำนักธรณีวิทยาของสหรัฐฯ รายงานว่า เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาเกือบเที่ยงคืนตามเวลาท้องถิ่น โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่นอกชายฝั่งทางใต้ของเม็กซิโก ลึกลงไปประมาณ 70 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวสามารถรับรู้ได้ถึงเมืองหลวงเม็กซิโกซิตี้ที่อยู่ห่างออกไปกว่า 1 พันกิโลเมตร และทำให้อาคารบ้านเรือนสั่นไหวรุนแรง จนประชาชนต้องพากันหนีออกมาด้านนอกด้วยความตื่นตระหนก ขณะที่หลายพื้นกระแสฟ้าดับ โดยล่าสุด มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 6 คน เป็นเด็ก 2 คน
ขณะเดียวกัน ได้มีการประกาศเตือนภัยสึนามิในประเทศเม็กซิโก กัวเตมาลา เอลซัลวาดอร์ คอสตาริกา นิการากัว ปานามา ฮอนดูรัส ไปจนถึงอเมริกาใต้อย่างเอกวาดอร์ โดยมีรายงานพบคลื่นสึนามิขนาดเล็กตามชายฝั่งในหลายพื้นที่ ขณะที่ศูนย์เตือนภัยคลื่นสึนามิในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกตรวจพบคลื่นสูงที่สุด 1 เมตร นอกจากชายฝั่งเมืองซาลินาครูซ ของเม็กซิโก
ส่วนที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 14,000 กิโลเมตร สำนักงานป้องกันภัยพิบัติแห่งชาติได้ประกาศให้พื้นที่ชายฝั่งตะวันออกทั้งหมดเฝ้าระวังคลื่นสึนามิ ขณะที่สำนักอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น คาดว่าอิทธิพลจากแผ่นดินไหวจะทำให้ระดับน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกตั้งแต่ฮอกไกโดไปจนถึงโอกินาวาจะเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย ซึ่งหากมีคลื่นสึนามิ ทางการจะประกาศเตือนล่วงหน้า 2 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ระบบเตือนภัยสึนามิของสหรัฐฯ ระบุว่าไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดคลื่นสึนามิ ในหมู่เกาะฮาวาย และอเมริกันซามัว
ประธานาธิบดีเอ็นริเก เปนญา นิเอโต ของเม็กซิโก ระบุว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดที่เม็กซิโกเคยเจอในรอบร้อยปี รุนแรงกว่าแผ่นดินไหวเมื่อปี 1985 ที่คร่าชีวิตผู้คนไปไม่ต่ำกว่า 5 พันคน ขณะที่หลังเกิดเหตุ เกิดอาฟเตอร์ช็อกแล้วมากกว่า 60 ครั้ง และคาดว่าอาจมีอาฟเตอร์ช็อกรุนแรงถึง 7.2 ได้ภายในช่วง 24 ชั่วโมง
ผู้นำเม็กซิโกบอกอีกว่าคณะกรรมการสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติกำลังลงพื้นที่ประเมินความเสียหายและประสานงานหน่วยงานต่างๆ เพื่อดูแลประชาชน ขณะเดียวกันก็ได้สั่งปิดโรงเรียนในกรุงเม็กซิโกซิตี้และเมืองเชียปัส เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้เข้าไปตรวจสอบโครงสร้างอาคารว่าได้รับความเสียหายหรือไม่