สมาชิกกลุ่มติดอาวุธชาวมุสลิมโรฮิงญา ในนาม กองทัพกอบกู้โรฮิงญาแห่งอาระกัน หรือ อาร์ซา ประกาศหยุดยิงฝ่ายเดียวนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เป็นเวลา 1 เดือน ในพื้นที่รัฐยะไข่ ทางตอนเหนือของเมียนมาร์ พร้อมเรียกร้องให้กองทัพรัฐบาลเมียนมาร์ยอมวางอาวุธเช่นกัน เพื่อเปิดทางให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ได้รับผลกระทบทุกคน ไม่ว่าจะเชื้อชาติหรือศาสนาใด หลังมีรายงานผู้ลี้ภัยชาวมุสลิมโรฮิงญาอพยพข้ามพรมแดนเข้าไปในประเทศบังกลาเทศแล้วกว่า 290,000 คน ขณะที่ประชาชนที่ไม่ใช่มุสลิมกว่า 30,000 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่
โดยสหประชาชาติระบุว่า หน่วยงานช่วยเหลือบรรเทาทุกข์กำลังต้องการเงินช่วยเหลือจำนวน 77 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 2,600 ล้านบาท เป็นการด่วน เพื่อจัดส่งอาหาร น้ำดื่ม และบริการทางการแพทย์ลงไปในพื้นที่ สำหรับกลุ่มอาซาร์ ออกมาก่อเหตุโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทำให้ทหารกองทัพเมียนมาร์เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอย่างรุนแรง โดยถือว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามบานปลายจนมีผู้ลี้ภัยออกจากพื้นที่เป็นจำนวนมาก สร้างความไม่พอใจให้กับนานาชาติ โดยเฉพาะพี่น้องชาวมุสลิมทั่วโลก