นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการสินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉิน เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกรรายย่อยสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์สินเชื่อของสถาบันการเงินในกรณีมีความจำเป็นที่จะต้องใช้จ่ายเงินฉุกเฉิน มีผู้มาติดต่อลงทะเบียนกับธนาคารจำนวนทั้งสิ้น 151,000 ราย โดยดำเนินการพิจารณาแล้ว 84,000 ราย ในจำนวนนี้ได้รับการอนุมัติ 50,000 ราย คิดเป็นวงเงิน 2,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือคาดว่าจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 60 เมื่อรวมแล้วคาดว่าจะให้สินเชื่อได้ 100,000 ราย คิดเป็นวงเงิน 4,200 ล้านบาท
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะช่วยลดปัญหาหนี้นอกระบบที่มีภาระดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง และในบางกรณีที่มีการติดตามทวงถามหนี้ที่ใช้ความรุนแรง ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาสังคมตามมา โดยโครงการดังกล่าวจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกรรายย่อยที่เข้าร่วมโครงการให้ดีขึ้น
ขณะเดียวกัน มีผู้ลงทะเบียนบางส่วนที่ธนาคารให้คำปรึกษาและส่งข้อมูลให้คณะอนุกรรมการไกลเกลี่ยหนี้และคณะอนุกรรมการพัฒนาศักยภาพด้านรายได้จำนวนหนึ่ง สำหรับผู้ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 ประมาณ 14 ล้านราย มีผู้ที่แจ้งว่ามีหนี้นอกระบบ 1.3 ล้านราย ในจำนวนนี้เป็นรายที่ลงทะเบียนกับธนาคารออมสินประมาณ 430,000 ราย ธนาคารมีแผนดำเนินการแจ้งรายชื่อให้สาขาทราบ และแจ้งให้ลูกค้ามาติดต่อสาขาที่สะดวก เพื่อให้ปรึกษาและพิจารณาด้านสินเชื่อแก้ไขหนี้นอกระบบต่อไปเช่นเดียวกัน
สำหรับโครงการสินเชื่อเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉินนี้ เป็นการให้กู้สำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกรรายย่อยที่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้จ่ายเงินฉุกเฉิน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนภายในครอบครัว โดยต้องไม่เป็นการกู้ไปปิดหนี้ในระบบก้อนเดิม ให้วงเงินให้สินเชื่อต่อรายไม่เกิน 50,000 บาท สามารถยื่นขอสินเชื่อภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ดำเนินโครงการ ผ่อนชำระไม่เกิน 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ ไม่เกินร้อยละ 0.85 ต่อเดือน โดยใช้บุคคลค้ำประกันอย่างน้อย 1 คน หรือมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน