วันนี้ ( 15 ก.ย.60) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พานายอนันต์ แสงอุไร กับนางสาวนภา ทิมเย็น พ่อและแม่ของนางสาวนันทิยา แสงอุไร ซึ่งเป็นลูกสาวที่หายตัวไป เข้าพบ พ.ต.ท.สมนึก สันติภาตะนันท์ พนักงานสอบสวนกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม เพื่อขอให้ตามหาลูกสาวที่ขาดการติดต่อตั้งแต่ปี 2558 และเคยอยู่กินกับนายซีมอน บิตั้น ชาวอิสราเอล ผู้ต้องหาในคดีฆ่าและอำพรางศพนายตำรวจอิสราเอล และนายอนันต์เคยร้องทุกข์ให้ช่วยติดตามแล้วในท้องที่ของสถานีตำรวจภูธรบางบัวทองแต่คดีไม่มีความคืบหน้า จากนั้น พ.ต.ท.สมนึก ได้โทรศัพท์ไปสอบถามคดีที่สภ.บางบัวทอง กลับได้รับคำตอบว่า ติดตามจนถึงที่สุดแล้ว โดยใช้คำว่า “ตันแล้ว” ทำให้ผู้เป็นพ่อ และแม่นางสาวนันทิยาผิดหวัง
ขณะที่นายอนันต์ ผู้เป็นพ่อเชื่อว่าลูกสาวเสียชีวิตแล้ว เพราะจากการสอบถามลูกชายของนายซีมอน เยาวชนอายุ 18 ปี ซึ่งถูกคุมตัวในคดีเดียวกับนายซีมอน และหลานแท้ๆ ของนายอนันต์ ก็บอกแค่ว่า พ่อกับแม่ ก็คือนางซีมอนและนางสาวนันทิยามีปากเสียงกันรุนแรง พร้อมแนะนำดูไฟล์กล้องวงจรปิดในคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กของนายซีมอน
สำหรับหลักฐานคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ตำรวจได้ส่งให้ศาลเป็นผู้เก็บไว้ แต่ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนสภ. บางบัวทองอ้างว่า ข้อมูลในคอมพิวเตอร์เป็นภาษาอิสราเอล จึงต้องหาคนที่รู้ภาษามาช่วยแปล และคอมพิวเตอร์ก็เข้ารหัสไว้ จึงยังเป็นเรื่องคาใจของพ่อและแม่นางสาวนันทิยารวมถึงทนายที่ช่วยเหลือในทางคดีเวลานี้ว่า ตำรวจพยายามเต็มที่แล้วหรือไม่
หลังจากนี้นายรณณรงค์จะพาครอบครัวของนางสาวนันทิยาเข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ช่วยเหลืออีกทาง และขอเปลี่ยนชุดสืบสวนสอบสวนใหม่ ในเมื่อเจอคำตอบว่า “ตันแล้ว”
ทั้งนี้ การจับกุมนายซีมอน บิตั้น ชาวอิสราเอล ในคดีฆาตกรรมอำพรางอดีตตำรวจอิสราเอล ภายในบ้านเช่าย่านบางบัวทอง นนทบุรี นายซีมอนให้การถึงสาเหตุลงมือว่า เป็นเรื่องหึงหวงที่อดีตตำรวจอิสราเอลเข้ามาพัวพากับภรรยาตน ซึ่งในขณะนั้นนายซีมอนอยู่กันกับนางสาวนันทิยา