ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถนนหลายสายในตัวเมืองชัยภูมิ ถูกน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม โดยเฉพาะบริเวณหน้าโรงพยาบาลชัยภูมิ ระดับน้ำท่วมส่งผลให้การจราจรบริเวณดังกล่าวค่อนข้างลำบาก นอกจากนี้ยังระดับน้ำยังท่วมขังชุมชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ ชาวบ้านต้องเดินลุยน้ำเข้าออก ปริมาณฝนที่ตกหนักในจังหวัดชัยภูมิ ทำให้เขื่อน 9 แห่ง มีระดับน้ำมากขึ้น โดยเฉพาะ เขื่อนลำทาวล่าง ทางชลประทานต้องเร่งเปิดประตูระบายน้ำทั้ง 5 บาน เพื่อป้องกันน้ำหลากเข้าท่วมย่านเศรษฐกิจ จึงขอเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำลำประทาว ให้เตรียมอพยพทรัพย์สินและของมีค่าขึ้นที่สูง
ขณะที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ปริมาณน้ำได้ไหลไปสมทบกับน้ำในแม่น้ำป่าสักทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนบ้านศรีสะอาด ต.ตาลเดี่ยว และชุมชนท่ากกโอชุมชนวัดจันทร์เทศบาลเมืองหล่มสัก บ้านเรือนกว่า 100 หลังคาถูกน้ำท่วม บางจุดสูงกว่า 70 เซนติเมตร เส้นทางตาลเดี่ยว-ศรีสะอาดถูกน้ำท่วมรถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรได้
ส่วนที่จังหวัดสุโขทัย นายปิติ แก้วสลับสี ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ มีหนังสือแจ้งเตือนประชาชน ให้เฝ้าระวังการเกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณ2 ฝั่งแม่น้ำยม เตรียมขนย้ายทรัพย์สินสิ่งของต่างๆ รวมถึงสัตว์เลี้ยงไว้ที่สูง ตลอดจนผู้สูงอายุเด็ก ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการให้อยู่ในที่ปลอดภัย เนื่องจากมวลน้ำปริมาณมากจากจังหวัดแพร่ จะไหลมาถึงสุโขทัยในวันนี้(18 ก.ย.)
ด้านจังหวัดพิจิตร เกิดฝนตกอย่างหนักติดต่อกันนานเกือบหนึ่งชั่วโมง และมีลมพัดกระหนึ่งกรรโชกแรงเป็นระยะๆ ส่งผลให้เกิดต้นไทรขนาดใหญ่ 5-6 คนโอบ อายุหลายสิบปี บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองพิจิตร หักโค่นลงมาทับบริเวณซุ้มที่พักประชาชน ที่มาติดต่อราชการ พังเสียหายบางส่วน เคราะห์ดีขณะเกิดเหตุเป็นวันหยุดราชการทำให้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
สำหรับกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศ "พายุทกซูรี” ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำและเคลื่อนเข้าปกคลุมด้านตะวันตกของภาคเหนือ และประเทศเมียนมาแล้ว แต่ยังคงส่งผลให้ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงมีฝนตกส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก