นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวเปิดในงานสัมมนาวิชาการ ธปท.ประจำปี 2560 “เศรษฐกิจ คิดใหม่” ว่า ขณะนี้ ภาครัฐ ควรสนับสนุนและเปลี่ยนแปลงโดยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างและถ่ายทอดนวัตกรรม ผ่านการสร้างแรงจูงใจให้ธุรกิจนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้ ป้องกันการผูกขาดหรือการรักษาผลประโยชน์ รวมทั้งกระตุ้นการแข่งขันเพื่อผลักดันให้การเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจ ที่สำคัญ ภาครัฐเองต้องมีประสิทธิภาพ กฎเกณฑ์ที่ล้าสมัย ซับซ้อน ยุ่งยาก หรือเปิดช่องในการตีความมากเกินไป เป็นต้นทุนสำคัญต่อการใช้ชีวิตของคนไทยและเป็นต้นทุนของการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจ ในรูปแบบใหม่ ๆ ที่พึ่งเทคโนโลยีสูง
ทั้งนี้ ภาครัฐควรมีกระบวนการทบทวนและประเมินผลกระทบของกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ทั้งที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันและที่คาดว่าจะออกใหม่ ให้สอดคล้องกับบริบทและยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป และควรมีบทบาทในการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในนวัตกรรม โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อสร้างนวัตกรรมที่มีลักษณะบุกเบิก มีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งจำเป็นต้องพึ่งแหล่งเงินทุนที่มีความต่อเนื่อง โดยในระยะยาว ภาครัฐสามารถร่วมมือกับภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา และสถาบันวิจัยในการสนับสนุนแหล่งเงินทุนดังกล่าวได้ การลงทุนของภาครัฐในลักษณะนี้ จะช่วยให้ภาคธุรกิจเห็นโอกาสที่สามารถเกิดขึ้นได้จากนวัตกรรมต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญสำหรับภาครัฐจึงไม่ได้อยู่ที่การลดต้นทุนทางการเงินหรือภาษีของการลงทุนของภาคเอกชนแต่เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรให้ธุรกิจกล้าที่จะลงทุน และมีความต้องการที่จะลงทุนใหม่ เพราะภาครัฐไม่ควรมุ่งซ่อมแซมเศรษฐกิจปัจจุบัน แต่ควรมุ่งที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจในอนาคตโดยการเพิ่มความสามารถของกลไกตลาดที่จะขับเคลื่อนการลงทุนระยะยาว เพราะความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเป็นองค์ประกอบสำคัญของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและโอกาสทางธุรกิจที่ตามมา
นอกจากบทบาทในการลงทุน สร้างสภาพแวดล้อม บุกเบิก และผลักดันกลไกตลาดแล้ว ภาครัฐอาจเพิ่มบทบาทในการแก้ปัญหาการกระจุกตัวของโอกาสทางธุรกิจด้วย ผ่านการถ่ายทอดนวัตกรรมเพื่อให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ธุรกิจเกิดใหม่ ๆ และประชาชนฐานราก มีส่วนร่วมมากขึ้นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและได้รับประโยชน์จากนวัตกรรม