วันนี้ (19 ก.ย.60) เวลา 10.30 น. ตามเวลาประเทศไทย นางอองซานซูจี ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์อย่างเป็นทางการครั้งแรก ในประเด็นความรุนแรงรัฐยะไข่ และวิกฤตผู้ลี้ภัยโรฮิงญา โดยยืนยันว่ารัฐบาลเมียนมาร์ยึดหลักถ้อยแถลงดังกล่าว และได้ถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ ท่ามกลางการจับตามองอย่างใกล้ชิดจากสื่อทั้งในและต่างประเทศ พร้อมยืนยันว่า ที่ผ่านมารัฐบาลเมียนมาร์ ดำเนินการทุกอย่างตามหลักมนุษยธรรม หลังจากนี้หากชาวเบงกาลี หรือ โรฮิงญา จะกลับเข้ามาในพื้นที่ยะไข่ตามเดิมก็ยืนยันเรื่องความปลอดภัย
นอกจากวันนี้ นานาชาติจะได้เห็นท่าที ของนางออง ซานซูจี ที่เฝ้ารอและเรียกร้องให้เธอออกมาทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่รัฐยะไข่ในฐานะผู้นำของเมียนมาร์ที่มาจากการเลือกตั้งและเป็นเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพแล้ว สิ่งที่ปรากฏอยู่ในคำกล่าวของนางอองซานซูจียัง เป็นที่จับตาและตีความว่ามีความหมายแฝงในทางการเมืองอีกด้วย
นางอองซานซูจีเริ่มต้นคำกล่าวเป็นการยืนยันและแสดงเจตนารมย์ว่าเมียนมาร์ ยึดหลักปฏิบัติเพื่อให้เกิดสันติภาพพร้อมกับย้ำว่านับตั้งแต่การใช้กำลังฝ่ายความมั่นคงเข้าควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่รัฐยะไข่ ก็ไม่ปรากฏรายงานความไม่สงบอีกเลย โดยระบุด้วยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมาจากกลุ่มติดอาวุธ ในประเด็นนี้ ไม่ผิดคาดจากที่นักวิเคราะห์หลายคนได้ประเมินไว้
นอกจากนี้ ยังยืนยันด้วยว่า พร้อมที่จะให้ผู้ที่อพยพออกนอกพื้นที่ไปอยู่ที่บังคลาเทศกลับเข้ามาอยู่ในรัฐยะไข่ได้อย่างปลอดภัย โดยผ่านกระบวนการตรวจสอบตามกฏหมาย สำหรับคนผิด หรือผู้สนับสนุนกลุ่มติดอาวุธก็ต้องดำเนินการเอาผิดเช่นกัน
จากการที่ทีมข่าว PPTV ร่วมฟังคำกล่าวสุนทรพจน์ของนางอองซานซูจีที่ กรุงเนปิดอว์ พร้อมกับคนทั่วโลก ตลอดระยะเวลา 30 นาทีนั้น นางอองซานซูจีไม่มีการใช้คำว่าโรฮิงญาเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่เธอเลี่ยงใช้คำว่า ผู้อพยพ และใช้คำว่าชาวเบงกาลี แทนชาวโรฮิงญา คำว่า เบงกาลี หมายถึง กลุ่มคนที่อาศัยอยู่โดยรอบพื้นที่อ่าวเบงกอล หากนับเส้นเขตแดน จะอยู่ทั้งในประเทศ เมียนมาร์ บังคลาเทศ และอินเดีย ซึ่งประเด็นนี้ หลายฝ่ายก็มองว่า เป็นท่าทีที่ยืนยันว่า รัฐบาลเมียนมาร์ ไม่ยอมรับการมีตัวตนของชาวโรฮิงญาในพื้นที่ยะไข่ รวมถึงการใช้คำว่าชาวมุสลิม และอ้างชื่อชาติพันธุ์อื่นๆในรัฐยะไข่แทน
นอกจากประเด็นเรื่องชาวโรฮิงญาจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่รัฐยะไข่ ประเทศเมียนมาร์แล้ว วันนี้ ยังมีรายงานข่าวเรื่องรัฐบาลอินเดียเดินหน้าผลักดันชาวโรฮิงญาที่อพยพจากเมียนมาร์ไปอยู่ที่อินเดีย ตั้งแต่ พ.ศ. 2555 วันนี้ ทูตอินเดียประจำเมียนมาร์ ก็ถูกตั้งคำถามและถูกจับตาจากสื่อมวลชนทั่วโลก ไม่มีท่าทีที่ชัดเจน หากแต่ยืนยันว่ารัฐบาลอินเดียเป็นผู้ดำเนินการ
ขณะเดียวกันคำกล่าวของนางซูจีวันนี้ ก็ยังถูกตีความว่า เป็นการแสดงท่าทีที่มีความแยบยล ทั้งในเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ และการเมือง รวมถึงความพยายามในการดุลย์อำนาจการเมืองในประเทศเมียนมาร์เองอีกด้วย
อีกประเด็นที่ ตั้งข้อสังเกต คือ การออกมาพูดว่าพร้อมจะเข้าไปในพื้นที่ยะไข่โดยจะเชิญสื่อมวลชนไปด้วยนั้นจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ การบอกว่าจะให้ชาวโรฮิงญาที่อพยพออกไปนั้นกลับมา จะเกิดขึ้นได้โดยง่ายหรือไม่
ขอบคุณภาพจาก AFP