เมื่อวานนี้ ( 20 ก.ย.60 ) นางสาวสุพรรษา นวนสุวรรณ แม่ของเด็กชายวัย 4 ขวบ เปิดเผยในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ว่า ในวันเกิดเหตุตนกำลังเก็บร้านค้า แต่มีคนมาแจ้งว่าลูกชายวัย 4 ขวบ ใช้สีทาบ้านไปทารถของคู่กรณี จึงรีบไปดูพบว่ารถถูกทาสี ซึ่งเห็นว่าลูกชายตัวเปื้อนสีจริง จึงบอกกับเจ้าของรถว่าให้ไปติดต่ออู่ทำสีรถใหม่ และยินดีจะชดใช้ค่าเสียหายให้ แต่คู่กรณีไม่ยินยอมและเรียกเงินค่าเสียหาย 35,000 บาท ซึ่งไม่มีเงินจ่ายให้จึงมีการเรียกประกันมา โดยเจ้าหน้าที่ประกันจะให้เซ็นรับผิดฝ่ายเดียว ตนจึงไม่ยอมเซ็น เพราะเจ้าของรถกล่าวว่า มีเด็กสองคนที่เป็นเป็นคนทำ เมื่อตกลงไม่ได้ก็เข้าไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน แต่การที่คู่กรณีนำภาพรถและภาพใบหน้าลูกชายไปโพสต์ในโลกออนไลน์ในทางเสียหาย และไม่เป็นความจริง ทำให้ยอมรับไม่ได้จึงมาแจ้งความดำเนินคดี โดยเมื่อวันที่ 19 ก.ย.60 เข้าแจ้งความที่ สภ.บางพลี พร้อมกับทนายความ เพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ใช้เฟซบุ๊กที่โพสต์ภาพและข้อความดังกล่าว ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา
ด้าน นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นกับเด็ก 4 ขวบ ตามกฎหมายเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่รับแจ้งความดำเนินคดี แต่ส่วนของพ่อแม่ก็ต้องรับผิดชอบหากถูกดำเนินคดีทางแพ่ง และหากลูกกระทำความผิดหรือก่อให้เกิดความเสียหาย แต่เรื่องนี้ยังเป็นประเด็นที่ยังเห็นไม่ตรงกันในเรื่องการยอมรับค่าเสียหาย โดยสำหรับการนำรูปเด็กมาโพสต์ในทางที่เสื่อมเสีย เพราะเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก ประกอบกับการโพสต์ข้อความในเชิงกล่าวหา ซึ่งเข้าข่ายความผิด ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ปี 2560 ถือว่ามีโทษรุนแรง จำคุกถึง 7 ปี และไม่สามารถยอมความได้