ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่นายตำรวจช่วยเหลือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีออกนอกประเทศ โดยการขับรถไปส่งที่ชายแดนจังหวัดสระแก้ว หากพิจารณาตามประมวลกฎหมายอาญาแล้ว ก็อาจเข้าข่ายความผิดในข้อหา
“ผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดเพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้นโดยซ่อนเร้นหรือช่วยผู้นั้นด้วยประการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ เรื่องนี้ทางผู้พิพากษาศาลยุติธรรม ให้ความเห็นว่า กรณีดังกล่าวหากจะเป็นความผิดเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อศาลมีการออกหมายจับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไว้เเล้ว ซึ่งคดีนี้ศาลฎีกาเเผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง ได้ออกหมายจับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในวันที่ 25 สิงหาคม ภายหลังจากที่จำเลยไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษา
แต่หากพิจารณาดูจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น พันตำรวจเอกชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ได้ขับรถพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกจากกรุงเทพมหานครและไปยังจังหวัดสระแก้วในวันที่ 23 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันก่อนหน้าการฟังคำพิพากษา 2 วัน
ดังนั้นการกระทำที่จะเป็นความผิดตามมาตรา 189 จะต้องเป็นการกระทำภายหลังจากที่ศาลออกหมายจับไว้เเล้วในวันที่ 25 สิงหาคม อีกทั้งคดีนี้ก็ยังไม่รู้ว่าศาลฎีกาฯจะมีคำพิพากษาออกมาเป็นอย่างไร โดยข้อมูลนี้สอดคล้องกับ พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่บอกว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถเอาผิดตำรวจทั้ง 3 นาย ที่คอยให้การช่วยเหลือในการพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนี เพราะว่าในวันที่ 23 สิงหาคม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังมีสถานะเป็นเพียงจำเลยเท่านั้น สิ่งที่ทำได้ก็คือการดำเนินการสอบสวนทางวินัย และการดำเนินคดีในความผิดฐานใช้เอกสารปลอม กรณีป้ายทะเบียนรถยนต์ โตโยต้า คัมรี ที่พา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปสระแก้วเท่านั้น
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีสถานะเป็นจำเลยเท่านั้น ตนในฐานะ ผู้รักษากฎหมายจะเอาอะไรไปเอาผิดกับคนเหล่านี้ในเมื่อกฎหมายไม่ได้ระบุว่าเป็นความผิด ขอให้คนที่วิจารณ์ไปศึกษา อ่านข้อกฎหมายให้ดี ว่าการพาจำเลยหนี ผิดกฎหมายหรือไม่ กรณีนี้ หากมีการพาหนีจริงก็เอาผิดตามกฎหมายไม่ได้ ผมจึงจับตำรวจ 3 นาย กรณีพาหนีไม่ได้ เอาอำนาจ กฎหมายข้อไหนไปจับ
ส่วนการติดตามตัวจนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนีอยู่ในประเทศใด เพราะจากการสอบถามผ่านช่องทางตำรวจสากลทุกๆ 7 วัน ก็ยังไม่พบข้อมูลยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่ไหน สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือการเร่งหาตัวผู้ที่ขับรถกระบะ สีดำ ที่มารับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ บริเวณชายแดนสระแก้ว แต่ถึงจะจับกุมตัวได้ก็อาจจะดำเนินคดีได้เพียงแค่ความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ ในข้อหาพาออกนอกประเทศโดยไม่ผ่านช่องทางตามกฎหมายเท่านั้น
ขณะที่ความเห็นด้านอัยการ นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ให้ความเห็นกับทีมข่าว PPTV ว่า การที่พันตำรวจเอกชัยฤทธิ์ พาตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่มีสถานะเป็นจำเลยระหว่างรอฟังคำพิพากษาไปที่ชายแดน จ.สระแก้ว และไม่พากลับมาด้วยก็ถือว่ามีความผิดแล้ว แต่มองว่าเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง
ทั้งนี้ จากมุมมองของทั้ง 3 ฝ่าย คือ ผู้พิพากษา อัยการ และตำรวจ ทำให้เห็นช่องโหว่ทางด้านข้อกฎหมายในเรื่องนี้ ซึ่งอาจจะต้องดูว่าพฤติการณ์ของนายตำรวจที่ไปกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในคืนวันที่ 23 สิงหาคม จะเข้าข่ายเจตนาในการพาหลบหนีหรือไม่ เนื่องจากมีการกำหนดจุดนับพบ - การสลับเปลี่ยนรถ – การพาไปส่งที่ชายแดน – และการอำพรางทะเบียนรถ – รวมทั้งความพยายามในการทำลายชิ้นส่วนรถยนต์ทิ้ง ซึ่งต้องดูว่าจะสามารถเอาผิดในข้อหาใดได้บ้าง