วันนี้ (1 ต.ค.60) ผู้สื่อข่าวพีพีทีวีลงพื้นที่ประเทศอินโดนีเซีย รายงานการเฝ้าระวังภูเขาไฟระเบิดที่อากุง ว่า สำหรับคนบาหลีแล้วภาคการท่องเที่ยวถือเป็นหัวใจสำคัญเพราะสร้างงาน สร้างรายได้ให้คนที่นี่มหาศาล และแม้ว่าจะยังไม่มีการระเบิดของภูเขาไฟอากุง แต่ก็อาจต้องปิดสนามบิน จึงมีการวางแผนเตรียมการสำหรับดูแลนักท่องเที่ยวในฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึง ในเดือนพฤศจิกายน
พื้นที่หาดกูตา ชายหาดที่โด่งดังบนเกาะบาหลี ยังคงมีนักนักท่องเที่ยวตามปกติ แม้จะยังไม่ถึงฤดูกาลท่องเที่ยว และแม้จะมีการประกาศเฝ้าระวังเหตุภูเขาไฟอากุงระเบิดบนเกาะบาหลี
ไกด์นำเที่ยว และภาคธุรกิจท่องเที่ยว ในบาหลียอมรับว่ามีความกังวลว่าการเฝ้าระวังภูเขาไฟอากุงที่อาจจะปะทุขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้นั้นจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของพวกเขา แม้จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงเพราะพื้นที่ท่องเที่ยวอยู่ห่างจากอากุง มากกว่า 70 กิโลเมตร จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานการยกเลิกการเดินทางมาบาหลีของนักท่องเที่ยวกลุ่มใด มีเพียงการหารือ เรื่องการเดินทางหากสนามบินปิดเท่านั้น
ขณะที่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและภาครัฐได้เตรียมการหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินจนต้องปิดสนามบินด้วยการเตรียมรถบัส เรือเฟอรรี่ ที่เพียงพอต่อการลำเลียงนักท่องเที่ยวเขาออกเกาะบาหลี 5-6 หมื่นคนต่อวัน
แม้การเตรียมการทุกอย่างจะพร้อมสำหรับรับสถานการณ์ แต่การปะทุหรือการระเบิดของภูเขาไฟอากุงนั้นไม่แน่นอน รัฐบาลจึงประกาศให้ผู้อพยพในศูนย์พักพิงที่มีบ้านเรือนอยู่นอกเขตรัศมี 9-12 กิโลเมตรจากภูเขาไฟอากุงกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ แต่ในรัศมี 9 กิโลเมตร จำนวน 27 หมู่บ้านยังต้องพักในศูนย์พักพิง
วันนี้มีรายงานจากป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย ระบุว่า ยอดผู้พักพิงในศูนย์อพยพ ลดลงไปเกือบ 3,000 คนแล้ว และมียอดรวมเหลือ 140,000 คน จาก เกือบ 144,000 คน คาดว่าจะลดลงเรื่อยๆ จนเหบือประมาณ 70,000 คน
ทีมข่าวพีพีทีวีเข้าไปสำรวจหมู่บ้านในรัศมี 10 กิโลเมตรจากภูเขาไฟอากุง เป็นเขต สีเหลือง พบว่าบางหลังก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติแล้ว
นักภูเขาไฟวิทยา นักธรณีวิทยา วิเคราะห์และตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็นเพราะเกิดการปะทุที่ชินาบุง ภูเขาไฟอีกลูกหนึ่งในอินโดนิเซีย บนเกาะสุมาตราทางตะวันตกเฉียงเหนือ ของเกาะบาหลี ภูเขาไฟ แถบนี้ มีหินหนืดเดียวกัน เมื่อชินาบุงปะทุไปแล้ว อาจส่งผลให้ความดันและความร้อนในอากุงคลายลง การปะทุกอาจเกิดช้าลง หรือเบาลง