เมื่อวันที่ (14 ต.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ที่ผ่านมาเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น จะเร่งระบายนำมาแล้วระยะหนึ่ง กระทั่งมีกำหนดการระบายสูงสุดที่ 35-40 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน แต่มวลน้ำยังไหลเข้าเขื่อนเพิ่มขึ้น กระทั่งล่าสุดมีปริมาณน้ำในเขื่อน 2,813.18 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ คิดเป็นร้อยละ 115.71 ของความจุ เมื่อเทียบกับปี 2554 พบว่า ระดับความจุต่างกันเพียง 1 เซนติเมตรเท่านั้น ทำให้คณะกรรมการน้ำต้องเรียกประชุมด่วน โดยเฉพาะจังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม และร้อยเอ็ด ที่จะได้รับผลกระทบจากมวลน้ำนี้
หลังประชุมอย่างเคร่งเครียด 3 ชั่วโมงได้ข้อสรุปว่า เพื่อรักษาเสถียรภาพของน้ำทั้งระบบ ตั้งแต่เหนือเขื่อนจนถึงท้ายเขื่อน ให้ระบายน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 54 ล้านลูกบาศก์เมตรแบบขั้นบันได คือ เพิ่มวันละ 4 ล้านลูกบาศก์เมตรจนถึง 54 ล้านลูกบาศก์เมตร
เริ่มจากวันนี้ระบายน้ำ 42 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 15 ตุลาคม เพิ่มการระบายเป็น 46 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 16 ตุลาคม เพิ่มเป็น 50 ล้านลูกบาศก์เมตร และวันที่ 17 ตุลาคม เพิ่มเป็น 54 ล้านลูกบาศก์เมตร
สำหรับมวลน้ำก้อนแรกที่ออกจากเขื่อนอุบลรัตน์จะไหลผ่าน อำเภอน้ำพองในวันนี้ และอีก 2 วันข้างหน้า มวลน้ำจะถึงอำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ก่อนไหลไปยังอำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอจังหาร และอำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด ไปยังจังหวัดยโสธร และลงแม่น้ำโขงที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
สถานการณ์น้ำขณะนี้ ค่อนข้างวิกฤต เนื่องจากคาดว่าจะมีฝนตกลงมาอีก ทางจังหวัดขอนแก่น จึงสั่งการให้ตั้งจุดอพยพไว้ทั้ง 26 อำเภอ ติดป้ายเตือนจุดเสี่ยงน้ำท่วมให้ชัดเจน และเตรียมพร้อมหน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือทันที