วันนี้ (17 ต.ค.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณเขื่อนพระราม 6 ในขณะนี้ ได้ปล่อยน้ำลงท้ายเขื่อน 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ผลกระทบที่เห็นชัดคือบ้านเรือนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด แต่หากมองสถานการณ์ใหญ่ไปกว่านั้นคือ ถ้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ต้องรับปริมาณน้ำฝนและน้ำที่ไหลมาจากอำเภอหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ก็อาจจะทำให้เขื่อนพระราม 6 ต้องระบายน้ำลงไปที่แม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่ม ซึ่งแน่นอนว่ามีผลกระทบต่อเกาะเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมมากยิ่งขึ้น ขณะที่บริเวณท้ายเขื่อนพระราม 6 จุดนี้ถือว่าเป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวังในช่วงนี้ เพราะมีการติดธงสีเหลืองเตือนประชาชนที่อาศัยใกล้เคียง ให้เตรียมพร้อมรับมือหากเจ้าหน้าที่ตัดสินใจระบายน้ำเพิ่มเกิน 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะมีผลกระทบทำให้น้ำท่วมบ้านเรือนอีกครั้ง
สำหรับการปล่อยน้ำท้ายเขื่อนพระราม 6 หากมีการปล่อยน้ำเพิ่มขึ้นนอกจากคนที่อาศัยในอำเภอท่าเรือ จะได้รับผลกระทบแล้ว แต่สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือที่เกาะเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ จะต้องรับมือกับกระแสน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น เพราะที่เขื่อนพระราม 6 ตอนนี้เปรียบเสมือนเป็นจุดที่ชะลอน้ำ เพื่อไม่ให้แม่น้ำป่าสักไหลไปบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา และไม่ให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิม
ส่วนสถานการณ์ที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เกิดน้ำท่วม - น้ำป่าไหลหลากเมื่อคืนที่ผ่านมา ส่วนจะมีผลกระทบต่อเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์หรือไม่ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำ เปิดเผยว่า น้ำจากอำเภอหล่ม สักใช้เวลาเดินทาง 12 วัน มาที่เขื่อนป่าสักฯ เชื่อว่าไม่มีผลกระทบเพราะฝนยังตกน้อย แต่ยอมรับว่าการพยายามชะลอกระแสน้ำไม่ให้ไหลไปสมทบแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นตามคำสั่งของกรมชลประทานนั้น เพื่อเป็นการรักษาเกาะเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเอาไว้ไม่ให้เกิดน้ำท่วม
หากการพยากรณ์อากาณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์แม่นยำว่าฝนจะตกหนักหลายพื้นที่ในภาคกลาง ภายใน 1-2 วันนี้ แน่นอนว่าเกาะเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อาจจะต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วมถ้าแผนของจังหวัดรับไม่ไหว เพราะตอนนี้มีทั้งแม่น้ำเจ้าพระ แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี ล้อมเกาะเมืองไว้หมดแล้วและหลายจุดระดับน้ำเกือบล้นตลิ่ง การพร่องน้ำช่วยในตอนนี้คือการปล่อยให้ไหลผ่านลำน้ำต่างๆ ที่มีเส้นทางไประบายไปยังจุดอื่น ที่ไม่ใช่เกาะเมืองแทน