ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพรวมสถานการณ์น้ำที่เกาะเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเวลานี้ยังไว้วางใจไม่ได้ เพราะระดับน้ำที่ไหลมาจากเขื่อนเจ้าพระยา และ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ยังถูกระบายอย่างต่อเนื่อง ไม่มีท่าทีว่าน้ำที่ล้อมทุกทิศทางจะลดระดับลง ขณะที่ชุมชนวัดวงษ์ฆ้องยังต้องแบกรับปัญหาน้ำท่วม เป็นกันชนให้เกาะเมืองด่านสุดท้ายนานร่วมเดือน โดยไม่มีกระสอบทรายกั้น
ทั้งนี้ สภาพบ้านริมน้ำที่ไร้คันดินและกระสอบทรายกั้นน้ำในชุมชนวัดวงษ์ฆ้อง ตำบลท่าวาสุกรี มีสภาพไม่ต่างจากคลองขนาดย่อมที่รอรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้ามาสมทบจนขณะนี้น้ำได้เพิ่มระดับความสูงประมาณ 1 เมตรบริเวณทางเข้าชุมชน จนต้องใช้เรือสัญจรแทนการเดินเท้าเข้าบ้าน
ขณะเดียวกันกัน ประชาชนส่วนใหญ่เล่าว่าพวกเขาต้องเจอกับน้ำท่วมเกือบทุกปี แต่ปีนี้น้ำขึ้นเร็วทำให้เก็บข้าวของไม่ทัน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่มีใครมาวางกระสอบทรายช่วยเหลือ จึงกังวลว่าหากมีมวลน้ำก้อนใหม่ไหลเข้ามาซ้ำเติม จะยิ่งเดือดร้อนหนัก
ส่วนสถานการณ์ในเขื่อนพระราม 6 วันนี้ยังทรงตัว มีการระบายน้ำท้ายเขื่อน 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งมวลก้อนนี้จะไปสมทบที่แม่น้ำเจ้าพระยารอบเกาะเมือง ในระยะทาง 46 กิโลเมตร แต่ถ้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ระบายน้ำมาที่เขื่อนพระราม 6 เพิ่มมากกว่า 350 ลูกบาศก์เมตร นั่นหมายความว่า การชะลอน้ำจากแม่น้ำป่าสักไม่ให้ไปสมทบแม่น้ำเจ้าพระยาอาจไม่ได้ผลตามแผน ที่ต้องการป้องกันน้ำท่วมที่เกาะเมือง
สำหรับเกาะเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยายังต้องเฝ้าระวังอีก 1-2 วัน เพราะกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าฝนจะตกร้อยละ 70 ของพื้นที่ ทีมข่าวติดต่อไปที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดให้ข้อมูลว่า หากมวลน้ำมีเพิ่มจริง จะสร้างคันดินสูงขึ้นในพื้นที่ต่ำที่สุดของเกาะเมืองฝั่งทิศตะวันตกและจะจัดเจ้าหน้าที่อพยพให้เร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำจากคลองชัยนาท- ป่าสัก จะไหลเข้ามาสมทบที่เขื่อนพระราม 6 มากขึ้นหรือไม่ แม้จะเป็นมวลน้ำก้อนเล็กแต่ก็วางใจไม่ได้หากฝนตกหนักตามคำพยากรณ์ เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาที่ล้อมด้วยน้ำ เสี่ยงมากที่จะป้องกันไม่ไหว