สถานการณ์น้ำตอนนี้ แม้หลายพื้นที่อย่างเช่นที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำจะยังทรงตัว ไม่ได้รุนแรงขึ้นเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน เพราะเขื่อนต่างๆ ยังคงรักษาอัตรการระบายน้ำเท่าเดิม แต่สถานการณ์เช่นนี้ขึ้นอยู่กับตัวแปรสำคัญนั่นคือฝน ถ้าหากว่าในระยะนี้มีฝนตกลงมาเพิ่มในปริมาณมากๆ หลายพื้นที่อาจต้องเผชิญปัญหาหนักขึ้นได้ จากข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาวันนี้ (19 ต.ค.60) ระบุชัดเจนว่า ร่องมรสุมยังคงพาดผ่านแถวพื้นที่ภาคเหนือฝั่งตะวันตก ภาคกลาง กรุงเทพและปริมณฑล ทำให้ในระยะนี้ ยังคงมีฝนตกในพื้นที่ดังกล่าว และอาจจะตกหนักบางแห่ง อย่างเช่นจังหวัดตาก สุโขทัย กำแพงเพชร และพิษณุโลก แต่ว่าหลังจากนี้ไปประมาณวันที่ 22 ร่องฝนจะขยับลงไปแถวภาคใต้
สำหรับพื้นที่ที่สถานการณ์น้ำยังคงวิกฤตในระยะนี้ ก็คือพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งงเมื่อวานนี้ทีมข่าวได้รายงานไปแล้วว่า สถานการณ์น้ำท่วมจะหนักอยู่ที่ อ.หล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เพราะรับน้ำมาจาก อ.หล่มเก่า รวมถึงเขาหลวงด้วย แต่ว่าสถานการณ์น้ำล่าสุดวันนี้ืั้ทีมข่าวรายงานเข้ามาคือ น้ำที่เอ่อท้นเข้าท่วมใน อ.หล่มสัก ลดระดับลงแล้ว แน่นอนว่าน้ำก้อนนี้จะถูกส่งไปยังพื้นที่ตอนล่าง ก่อนที่จะไหลเข้าเมือง โดยใช้เวลา อีกประมาณ 1 วัน ฉะนั้น บ้านไหนที่อยู่ในที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ยังพอมีเวลาเตรียมตัวเก็บข้าวของ
แต่ที่หลายคนกังวลคือมวลน้ำก้อนนี้ จะถูกส่งมายังจังหวัดลพบุรี สระบุรี และไปเข้าเขื่อนป่าสัก ซึ่งหลายคนก็กังวล เพราะน้ำที่เขื่อนป่าสักก็มีปริมาณมากถึง 98 เปอร์เซ็น หมายความว่าอีกนิดเดียวก็จะเต็มเขื่อนแล้ว ดังนั้นถ้าหากว่าต้องรับมวลน้ำก้อนนี้ด้วยจะไหวหรือไม่ ปรากฏว่าข้อมูลจากกรมชลประทานล่าสุดวันนี้ถือว่าเป็นข่าวดี เพราะปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนป่าสักมีปริมาตรลดลงเมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว นั้นหมายความว่า ถ้าไม่นับปริมาตรน้ำก้อนใหม่จากเพชรบูรณ์ ระดับน้ำเหนือเขื่อนเริ่มลดลง ฉะนั้นมวลน้ำก้อนใหม่จากเพชรบูรณ์ ยังพอมีช่องว่างให้เติม โดยที่กรมชลประทาน ไม่ต้องพร่องน้ำออกจากเขื่อนป่าสักเพิ่มจนมีผลกระทบกับพื้นที่ด้านล่าง แต่ข่าวร้ายก็คือ พื้นที่ลุ่มต่ำเหนือเขื่อนป่าสักที่ถูกน้ำท่วม และระดับน้ำเพิ่งจะลดลง อาจจะต้องยืดระยะเวลาน้ำท่วมออกไปอีกเมื่อน้ำใหม่มาถึง
สถานการณ์น้ำตอนนี้ยังไม่ถือว่าคลี่คลายลงไปเท่าไหร่นัก แต่อย่างที่บอกคือฝนเป็นตัวแปรสำคัญ ถ้าหากว่าในระยะนี้มีฝนตกลงมามาก ก็จะยิ่งซ้ำเติมหลายพื้นที่ให้แย่ลง