ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากปริมาณน้ำที่มีมากอยู่แล้ว ฝนที่ตกลงมาเพิ่มถือว่าเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลให้สถานการณ์น้ำในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเจ้าพระยากำลังเผชิญกับภาวะที่เป็นอยู่ สังเกตได้จากปริมาณน้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองจังหวัดนครสวรรค์วันนี้เพิ่มสูงขึ้น อยู่ที่ 2854 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สาเหตุเป็นเพราะว่าพื้นที่ตอนบน อย่าง จังหวัดตาก กำแพงเพชร มีฝนตกลงมาสะสมจำนวนมาก ทำให้แม่น้ำปิงที่จะถูกส่งต่อมายังจังหวัดนครสวรรค์มีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น โดยมวลน้ำจากจังหวัดนครสวรรค์จะไหลมาสบทบที่แม่น้ำสะแกกรัง ก่อนถึงเขื่อนเจ้าพระยา แต่แม่น้ำสะแกกรังก็มีระดับสูงขึ้นเช่นกัน เพราะมีฝนตกหนักบริเวณจังหวัดอุทัยธานี
ทั้งนี้ มวลน้ำทั้งหมดนี้จะถูกส่งต่อมาที่เขื่อนเจ้าพระยาง แต่ที่เขื่อนเจ้าพระยาวันนี้ ยังคงรักษาอัตราการระบายน้ำอยู่ที่ 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และกรมชลประทานยืนยันว่าจะไม่เพิ่มไปจากนี้ เพราะจะไปกระทบกับพื้นที่ท้ายเขื่อน อย่างจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีระดับน้ำท่วมสูงอยู่แล้วในหลายจุด
อย่างไรก็ตาม การที่น้ำเหนือมามากขึ้น แต่กรมชลประทานยืนยันไม่เพิ่มอัตราการระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา แน่นอนว่า ระดับน้ำเหนือเขื่อนย่อมเพิ่มระดับสูงขึ้นอีก กรมชลประทานออกมาเตือนแล้วว่า ระดับน้ำเหนือเขื่อนจะเพิ่มระดับสูงขึ้นอีกประมาณ 20 เซนติเมตร เพราะฉะนั้นขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในที่ลุ่มต่ำติดริมแม่น้ำ ตั้งแต่ อ.เมืองนครสวรรค์ อ.พยุหะคีรี อ.เมืองอุทัยธานี อ.เมืองชัยนาท และ อ.วัดสิงห์ เตรียมตัวรับมือกับระดับน้ำที่จะยกตัวสูงขึ้น
ขณะที่ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ในระยะนี้ฝนตกน้อยลง แต่ยังคงมีฝนอยู่แถวภาคเหนือฝั่งตะวันตก ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพและปริมณฑล ร้อยละ 30 ของพื้นที่ และล่าสุดกรมอุตุ ออกมาประกาศเตือนแล้วว่า จะมีฝนหนักบางพื้นที่อีกรอบ ในช่วงระมาณวันที่ 21-26 ตุลาคมนี้ เพราะมวลอากาศเย็นจากจีนจะแผ่ลงมาปะทะกับอากาศร้อนชื้นในประเทศไทย