เหตุเกิดที่ร้านค้าของ นางสาวสมบูรณ์ วงเวียน อายุ 34 ปี ตั้งอยู่ริมถนนศรีปราชญ์ ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนกว่า 20 นาย พร้อมปืนกระสุนยาง รถน้ำเทศบาลเมืองลพบุรีและอาสาร่วมกตัญญู รุดไปตรวจสอบ พบชายเยาวชน ยืนอยู่ในร้านขายของชำ มือทั้งสองข้างกำมีดทำครัวไว้แน่น โดยไม่มีใครกล้าที่จะเข้าใกล้
ขณะที่ นางรัตนา ไผ่งาม อายุ 59 ปี ผู้เป็นอา ที่ได้รับอุปการะเลี้ยงดูไว้ตั้งแต่เล็ก ก็ได้พยายามเกลี่ยกล่อมให้วางมีดลง แต่ก็ไม่สำเร็จ จากนั้นได้นำพยาบาลวิชาชีพ เข้าพูดคุยอยู่นาน ก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายได้ไปตามน้องชาย ผู้ก่อเหตุที่เรียนหนังสืออยู่ ตามให้มาช่วยพูดคุย สุดท้ายทำสำเร็จ ผู้ก่อเหตุได้ยอมทิ้งมีดทีละเล่ม และเดินออกมาจากร้าน จึงได้พาขึ้นรถกู้ชีพ เข้าไปนั่งสงบอารมณ์ ทำแผลที่นิ้วมือ จากนั้นได้พาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช
นางรัตนา ได้เล่าให้ฟังว่า นายพรเทพ หรือ เบญ ไผ่งาม พ่อกับแม่ได้เสียชีวิต แล้วทุกวัน ตนเป็นคนเลี้ยงดูอยู่กับน้องชาย นายพรเทพ มีอาการป่วยพิการทางสมอง มาตั้งแต่อายุ 2 ขวบ พอโตขึ้น ก็มีอาการตุ้งติ้งเป็นกะเทย และมักเกิดอาการคุ้มคลั่งเป็นบางช่วง จึงพาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีธัญญา แต่คอยจะหลบหนีกลับมาบ้านเป็นประจำ มักคอยอาละวาด เพราะขาดยาบ่อย ล่าสุด ทางโรงพยาบาลได้ส่งตัวไปอยู่ที่ศูนย์ไร้ที่พึ่งชาย คลอง 6 ประทุมธานี แต่วันนี้ ได้หลบหนีออกมาอีก ตนเองก็ได้พาไปกินข้าวที่ร้านค้าดังกล่าว นายพรเทพ หรือเบญ กินข้าวผัด 2 จานยังไม่อิ่ม และกำลังสั่งจานที่ 3 ให้ ระหว่างนั้น ตนได้แอบโทรแจ้งตำรวจมาควบคุมตัว เพราะกลัวจะก่อเหตุอีก แต่หลังจากที่นายพรเทพ เห็นตำรวจก็วิ่งไปที่ครัว คว้ามีด 2 เล่ม ยืนอยู่ในร้าน โดยไม่ยอมพูดจากับใคร ตนเองกับเจ้าของร้าน ก็รีบวิ่งหนีออกจากร้านเอาตัวรอดมาได้