เครือข่ายลดบริโภคเค็มเตือนช่วงเทศกาลกินเจให้ระวังอย่าปรุงเค็มจัด

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เครือข่ายลดบริโภคเค็มห่วงใยประชาชน เตือนช่วงเทศกาลกินเจในปีนี้ที่เริ่มมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 ยาวไปจนถึง 28 ตุลาคม ให้ระมัดระวังเรื่องการรับประทานอาหารและระวังเครื่องปรุงรสที่มีรสเค็มเพิ่มรสชาติอาหาร เน้นให้รับประทานโซเดียมในปริมาณที่พอดีจะทำให้คนไทยมีสุขภาพดีถ้วนหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศกาลกินเจในหมู่คนไทยเชื้อสายจีน และคนไทยหลายคนที่หันมาบริโภคเจกันมากขึ้นในปัจจุบัน สิ่งหนึ่งที่น่าเป็นห่วงตามมานั่นคือส่วนประกอบในการปรุงอาหารเจ  ทั้งนี้ จึงมีการแจ้งเตือนมายังกลุ่มผู้บริโภค เกี่ยวกับการกำหนดปริมาณโซเดียมแต่พอดี ซึ่งโซเดียมนี้มาจากเกลือในการประกอบอาหารที่ใช้แทนน้ำปลา ซึ่งถ้าร่างกายได้รับโซเดียมในปริมาณที่สูงเกินไป จะทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง 

นอกจากนั้นยังทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจห้องซ้ายหนา (Left ventricular hypertrophy) และเกิดการสะสมของพังผืดในกล้ามเนื้อหัวใจ และหลอดเลือด และยังมีผลกระทบโดยตรงต่อไต ซึ่งไตเป็นอวัยวะหลักที่ทำหน้าที่กำจัดโซเดียม โดยทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้นจากการทำงานหนักและโปรตีนรั่วในปัสสาวะ และความเสื่อมนั้นจะคงอยู่ตลอดไปแม้จะมีการลดปริมาณโซเดียมลงในภายหลัง ซึ่งล้วนแต่มีสาเหตุจากการได้รับเกลือและโซเดียมปริมาณสูง ดังนั้นการลดความดันโลหิตและโปรตีนในปัสสาวะ จะช่วยป้องกันลดการสูญเสียการทำงานของไตและภาวะแทรกซ้อนเป็นบ่อเกิดของโรคหัวใจและหลอดเลือด

นอกจากนี้ยังฝากถึงพุทธศาสนิกชน ให้หันมาใส่ใจในการถวายอาหารแด่พระสงฆ์ด้วยการลดปริมาณเค็มลง หลังจากพบว่ามีพระสงฆ์ป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ( NCDS) มากขึ้น โดยพุทธศาสนิกชนทั่วไปที่จะทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ให้ระมัดระวังเรื่องการใส่บาตรพระ โดยเฉพาะอาหารที่จัดถวายควรเป็นอาหารที่ปรุงรสให้พอดี ไม่เค็มจัดหรือหวานจัดจนเกินไป โดยอาหารที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษและเป็นอาหารที่นิยมถวายแด่พระสงฆ์ เช่น พวกอาหารแห้ง ประเภท บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รสต้มยำต่าง ๆ หรือรสหมูสับ จะเค็มมาก ส่วนพวกที่นิยมบริโภคแบบเป็นประจำ ก็จะเป็นแกงเขียวหวาน ไข่พะโล้ พวกผัดต่าง ๆ พวกนี้จะมีความเค็มสูงต้องระมัดระวัง เพราะฉะนั้นหากท่านจะถวายอาหาร ท่านควรจะถวายอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ถ้าเป็นไปได้ควรทำเอง ถือว่าให้พระสงฆ์ได้ฉันท์อาหารที่ดีต่อสุขภาพ และหวานมันเค็มน้อย

อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงสาธารณสุขยังมีนโยบายให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานตามยุทธศาสตร์ลดบริโภคเกลือโซเดียมแห่งชาติ โดยกำหนดเป้าหมายหลักในการพัฒนาลดปัญหาโรควิถีชีวิตที่สำคัญ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง หัวใจ หลอดเลือดสมอง และไตเรื้อรัง ใน 4 ด้าน คือ ลดการเกิดโรค ลดภาวะแทรกซ้อน ลดการตาย ลดภาระค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังเพิ่มวิถีชีวิตพอเพียงใน 2 ด้าน คือ การบริโภคที่เหมาะสมและการออกกำลังกายที่เพียงพอ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ