WorldBank2026 WorldBank2026

หมอเตือน “โปรตีนรั่ว” สัญญาณเงียบไตเริ่มพัง ชะลอทัน ไม่ต้องฟอกไต

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หมอเจดเตือน “โปรตีนรั่ว” สัญญาณไตเริ่มเสียหาย แนะคุมน้ำตาล ลดเค็ม คุมความดัน ปรับพฤติกรรม ชะลอไตเสื่อมได้หลายปี

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก หมอเจด ว่า “โปรตีนรั่ว” หรือการมีโปรตีนปนออกมาในปัสสาวะ เป็นหนึ่งในสัญญาณสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมักหมายถึง “ตัวกรองไตเริ่มเสียหาย” แล้ว แม้ผลตรวจค่า Creatinine หรือ eGFR จะยังไม่แย่มากก็ตาม โปรตีนที่รั่วออกมาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าไตกำลังถูกทำร้ายอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ยังเป็นช่วงที่สามารถชะลอการเสื่อมของไตได้

 

“โปรตีนรั่ว” สัญญาณเงียบไตเริ่มพัง หมอเจด
“โปรตีนรั่ว” สัญญาณเงียบไตเริ่มพัง

หากควบคุมปัจจัยเสี่ยงได้ทัน ทั้งระดับน้ำตาล ความดัน อาหาร และพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยไม่ได้หมายความว่าพบโปรตีนรั่วแล้วจะต้องจบลงที่การฟอกไตเสมอไป

เบาหวาน ตัวการสำคัญทำลายไต

เบาหวานถือเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของภาวะโปรตีนรั่ว เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงต่อเนื่อง จะทำให้เส้นเลือดฝอยในไตอักเสบและเสียหาย ช่วงแรกผู้ป่วยอาจยังไม่มีอาการผิดปกติ แต่โปรตีนจะเริ่มหลุดออกมาในปัสสาวะก่อน ยิ่งระดับน้ำตาลแกว่งบ่อย โปรตีนก็ยิ่งรั่วเร็วขึ้น หลายคนมีค่า HbA1c สูงต่อเนื่องหลายปี แต่ไม่เคยตรวจปัสสาวะ จนมารู้ตัวอีกครั้งเมื่อค่าไตเริ่มลดลงแล้ว

ความดันสูง เร่งไตเสื่อมแบบเงียบ ๆ

ไตเป็นอวัยวะที่มีเส้นเลือดขนาดเล็กจำนวนมาก หากมีภาวะความดันโลหิตสูงเป็นเวลานาน แรงดันในหลอดเลือดจะไปทำลายตัวกรองไต ทำให้โปรตีนรั่วมากขึ้น บางคนมีความดันระดับ 140–150 มม.ปรอทต่อเนื่อง แต่ไม่รับประทานยา จนค่าไตเริ่มลดลงโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะความดันสูงช่วงกลางคืน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้นโดยแทบไม่มีอาการเตือน

กินเค็มจัด เพิ่มภาระให้ไต

อาหารรสเค็มทำให้ร่างกายคั่งน้ำ ความดันสูง และเพิ่มแรงดันในไต โดยเฉพาะอาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น น้ำปลา ซุปก้อน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแปรรูป และของหมักดอง หลายคนอาจคิดว่ากินไม่เค็ม แต่หากซดน้ำแกงหรือรับประทานอาหารที่มีโซเดียมแฝงเป็นประจำ ก็อาจได้รับโซเดียมเกินความจำเป็น ทำให้ไตต้องทำงานหนักขึ้น และโปรตีนรั่วมากขึ้นเรื่อย ๆ

กินโปรตีนมากเกินไป อาจยิ่งเพิ่มภาระไต

หลายคนเข้าใจผิดว่าเมื่อมี “โปรตีนรั่ว” ต้องรีบกินโปรตีนชดเชย แต่ในผู้ที่ไตเริ่มเสื่อม การรับประทานโปรตีนมากเกินไป โดยเฉพาะเวย์โปรตีนหรือเนื้อสัตว์ในปริมาณสูง อาจทำให้ไตทำงานหนักขึ้นได้ สิ่งสำคัญคือการรับประทานโปรตีน “ให้พอดี” ตามคำแนะนำของแพทย์หรือโภชนากร โดยเฉพาะผู้ที่ออกกำลังกายสายสร้างกล้ามเนื้อ หรือรับประทานบุฟเฟต์โปรตีนเป็นประจำ ควรระมัดระวังมากขึ้น

บุหรี่ ยาแก้ปวด และพักผ่อนน้อย ก็เสี่ยงทำร้ายไต

นอกจากนี้ บุหรี่ยังทำให้หลอดเลือดของไตเสื่อมเร็วขึ้น ขณะที่ยาแก้ปวดบางชนิด หากรับประทานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็เพิ่มความเสี่ยงไตเสื่อมได้เช่นกัน รวมถึงพฤติกรรมนอนน้อย เครียดสะสม หรือดื่มน้ำน้อยเรื้อรัง ล้วนส่งผลให้ไตฟื้นตัวได้แย่ลง เพราะไตมักไม่ได้เสื่อมจากสาเหตุเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยสะสมร่วมกัน

คำแนะนำเมื่อเริ่มมีโปรตีนรั่ว

  • ดื่มน้ำประมาณวันละ 1.5–2 ลิตร หรือสังเกตให้ปัสสาวะมีสีเหลืองอ่อน
  • ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ไม่เกินประมาณ 130/80 มม.ปรอท หากมีโปรตีนรั่วร่วมด้วย
  • ผู้ป่วยเบาหวานควรควบคุม HbA1c ให้อยู่ใกล้ 7% หรือตามเป้าหมายที่แพทย์กำหนด
  • จำกัดโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเกลือประมาณ 1 ช้อนชา
  • ตรวจค่าไตและภาวะโปรตีนรั่วทุก 3–6 เดือน เพื่อติดตามแนวโน้มอาการ

นพ.เจษฎ์ ระบุทิ้งท้ายว่า “โปรตีนรั่ว” ไม่ใช่แค่ตัวเลขในผลตรวจ แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าไตกำลังเริ่มมีปัญหา และหากตรวจพบเร็ว พร้อมควบคุมปัจจัยเสี่ยงได้ทัน ก็สามารถชะลอการเสื่อมของไตออกไปได้อีกหลายปี จึงไม่ควรรอให้ค่าไตลดลงรุนแรงก่อนเริ่มดูแลสุขภาพตัวเอง


รู้จัก 12Go แพลตฟอร์มจองตั๋วเดินทางที่รวมทุกตัวเลือกไว้ครบในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นรถไฟ รถบัส รถทัวร์ รถตู้ เรือเฟอร์รี่ หรือเที่ยวบิน ช่วยให้วางแผนเดินทางได้สะดวกและเปรียบเทียบราคาง่ายขึ้น เช็กรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านลิงก์นี้ ดีลดีๆ ราคาดีเกินคาด : https://pptv36.news/1R7U

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ