หากย้อนขึ้นไปที่ชุมพร บริเวณปากน้ำอ่าวชุมพร แม้จะยังไม่มีฝนตกในพื้นที่ แต่คลื่นที่ซัดเข้าฝั่งมีสีขุ่น ชาวบ้านให้ข้อมูลว่า คลื่นสีนี้มักพบในช่วงพายุเข้า หรือ หน้ามรสุม และเหมือนเป็นสัญลักษณ์ที่ชาวบ้านใช้สังเกตและเฝ้าระวังพายุ เนื่องจากการที่น้ำสีขุ่นแบบนี้เกิดขึ้นจากการที่คลื่นทะเลพัดเอาทรายและดินที่อยู่ใต้ทะเลขึ้นมา นั่นหมายความว่า คลื่นที่อยู่ใต้ทะเลตอนนี้ซัดแรงกว่าที่เห็นมาก ส่วนชาวประมงในพื้นที่ยังงดเดินเรือออกจากฝั่ง ตามคำประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา
สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นที่จังหวัดชุมพรยังเกิดขึ้นกับจังหวัดอื่นๆ ที่อยู่ฝั่งอ่าวไทยด้วย ถ้าดูจากแบบจำลองคลื่นลมทะเลของเว็บไซต์เครือข่ายเฝ้าระวังภัยพิบัติ ลุ่มน้ำปัตตานี จะพบว่า 4 วันหลังจากนี้ คลื่นมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า คลื่นจะสูง 2-3 เมตร แต่ในจุดที่เป็นช่องแคบ นายสมพร ช่วยอารีย์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มองว่า อาจจะมีคลื่นสูง 3-4เมตร และอาจทำให้เกิดคลื่นซัดฝั่ง
แม้ว่าตามหลักการพายุดีเปรสชั่น จะไม่ก่อให้เกิดคลื่นซัดฝั่ง แต่อาจารย์สมพรมองว่าความเร็วของพายุที่ตอนนี้ อยู่แถวเกาะญวน เคลื่อนตัวด้วยความเร็ว 55กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ถ้าเป็นพายุดีเปรสชั่นจะต้องเคลื่อนตัวด้วยความเร็ว 63 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขึ้นไป ตัวเลขสองตัวถือว่าไม่ต่างกันมาก แม้ในทางหลักการจะไม่ได้นิยามว่าดีเปรสชั่นก่อให้เกิดคลื่นซัดฝั่งได้ แต่ในทางพื้นที่มีโอกาสสูง หากพายุมีแนวโน้มเคลื่อนตัวตามที่ระบุไวั